อาฟเตอร์ช็อก จากเลือกตั้ง ‘ซ่อม’ กระทบตรงสู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจ ‘เร็ว’ กว่าที่คิด ความหวังที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่จนครบวาระในเดือนมีนาคม 2566 มีความเป็นไปได้น้อยอย่างยิ่ง
ผลการเลือกตั้ง ‘ซ่อม’ ในเขต 9 จตุจักร หลักสี่ ของกรุงเทพมหานครจะเป็นคำตอบ 1
ขอให้จับ ‘อาการ’ จากแต่ละ ‘อาฟเตอร์ช็อก’ ที่จะตามมา
ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยประสานเข้ากับคะแนนของพรรคก้าวไกล เมื่อเปรียบเทียบกับความพ่ายแพ้ของพรรคกล้า พรรคไทยภักดี พรรคพลังประชารัฐ คือคำตอบสำคัญ
เนื่องจากไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคไทยภักดี ไม่ว่าพรรคกล้า ก่อนการเลือกตั้งล้วนประกาศตนเป็นพรรคพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างพร้อมเพรียงกัน
คะแนนของ ‘ประชาชน’ คือ คำตอบที่สะท้อน ‘ประชามติ’
เป็นประชามติเอาด้วยกับพรรคเพื่อไทย เป็นประชามติเอาด้วยกับพรรคก้าวไกล ด้วยจำนวนมากแหละเหนือกว่าอย่างเด่นชัด
นี่คือปลายหอกที่พุ่งเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
ปฏิกิริยาอันตามมาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงแต่จะเป็นคำแถลงยอมรับกับความพ่ายแพ้ของผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น หากแต่เห็นได้จากท่าทีของพรรคกล้า
นั่นก็คือ ท่าทีที่จะมีการทบทวนว่าจะยังชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นสูงเด่นอยู่หรือไม่
ขณะเดียวกัน การโพสต์ข้อความจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สำแดงความชื่นชมการตัดสินใจของชาวกรุงเทพมหานครเขตจตุจักร หลักสี่ เท่ากับสะท้อนจุดยืนของพรรคเศรษฐกิจไทย
ที่สำคัญยังอยู่ที่ข้อความซึ่งระบุว่า ‘ศัตรู’ ของ ‘ศัตรู’ มีความหมายเท่ากับเป็น ‘มิตร’
ย่อมรู้อยู่เป็นอย่างดีว่าใครคือศัตรู ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
แม้คำประกาศล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ 1 ไม่ปรับครม. 1 ไม่ยุบสภา และ 1 ไม่ลาออก จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไปจนถึงวาระในเดือนมีนาคม 2566
แต่จาก ‘ปฏิกิริยา’ และ ‘เงาสะท้อน’ ในทาง ‘การเมือง’
มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า กระแสกดดันในทางการเมืองจาก ‘ภายใน’ ของรัฐบาลจะยิ่งหนักหน่วงและรุนแรง
การตัดสินใจอาจเกิดขึ้นก่อนเดือนพฤษภาคมมีความเป็นไปได้

