หน้าแรก การเมือง ‘ศักดิ์สยาม’ ...

‘ศักดิ์สยาม’ มอบ ทล.เซ็นก่อสร้าง 10 บริษัท กว่า 1.87 หมื่นล้าน คาดเปิดให้บริการปี 68

2.02.22 | 18:11 น.

‘ศักดิ์สยาม’ มอบ ทล.เซ็นสัญญาก่อสร้างงานโยธาร่วม 10 บริษัท มูลค่ากว่า 1.87 หมื่นล้าน คาดเปิดให้บริการปี’68

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาและลงนามข้อตกลงคุณธรรม (ไอพี) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 1-10 ว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ซึ่งมีระยะทางรวม 16.4 กิโลเมตร (กม.) วงเงินก่อสร้าง 18,759 ล้านบาท คาดใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน หรือตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 15 มกราคม 2568 และมีแผนเปิดให้บริการในปี 2568 โดยกระทรวงฯ คาดว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคมนาคมขนส่งจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ และช่วยแก้ปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในส่วนของงานโยธา กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ กรมทางหลวง (ทล.) เร่งดำเนินการหาผู้รับจ้างก่อสร้าง โดยการแก้ปัญหาจะต้องดำเนินการบนถนนพระราม 2 ตลอดแนวเส้นทาง และเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายทางพิเศษ (การทางพิเศษแห่งประเทศไทย) ทางหลวงพิเศษ และทางหลวงแผ่นดิน (กรมทางหลวง) รวมระยะทาง 90.8 กม. ประกอบด้วย 1.โครงการทางพิเศษ สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก ระยะทาง 18.7 กม. 2.โครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี-ปากท่อ ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทางรวม 8.3 กม. ขณะนี้ การก่อสร้างมีความก้าวหน้าแล้ว 57% 3.โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง16.4 กม. และ 4.โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ช่วงบ้านแพ้ว-ปากท่อ ระยะทาง 47.4 กม. สิ้นสุดที่แยกวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เป็นโครงการที่มีแผนก่อสร้างในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือเริ่มก่อสร้างในปี 2570 คาดใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี หรือแล้วเสร็จปี 2573

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินงานและบำรุงรักษา (โอแอนด์เอ็ม) รวมทั้งการเก็บค่าผ่านทางแบบไร้ไม้กั้นโดยเทคโนโลยีเอไอ ด้วยระบบเอ็มโฟล์ว วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ทล. อยู่ระหว่างเตรียมเสนอรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ให้กระทรวงพิจารณา เพื่อนำเสนอครม. เห็นชอบภายในเดือนมีนาคมนี้ ต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถประมูลพีพีพี ได้ภายในปี 2565 และดำเนินการติดตั้งระบบในปี 2566 – ปลายปี 2567 จากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนวิ่งฟรีทดสอบระบบและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปี 2568

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการก่อสร้างทั้ง 10 ตอนแบ่งการดำเนินการ ดังนี้ ตอน 1 ระยะทาง 2.17 กม. ผู้รับจ้าง บริษัท อุดมศักดิ์เชียงใหม่ จำกัด มูลค่างาน 1,757 ล้านบาท ตอน 2 ระยะทาง 2.19 กม. ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า กรุงธน-ไทย มูลค่างาน 1,861 ล้านบาท ตอน 3 ระยะทาง 1.06 กม. ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า วีเอ็น มูลค่างาน 1,910 ล้านบาท ตอน 4 ระยะทาง 1.26 กม. ผู้รับจ้าง บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด มูลค่างาน 1,876 ล้านบาท ตอน 5 ระยะทาง 1.66 กม. ผู้รับจ้าง บริษัท บางแสนมหานคร จำกัด มูลค่างาน 1,903 ล้านบาท ตอน 6 ระยะทาง 1.10 กม. ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ยูเอ็น-เอเอสไอ มูลค่างาน 1,865 ล้านบาท ตอน 7 ระยะทาง 1.43 กม. พร้อมสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน มูลค่างาน 1,868 ล้านบาท ผู้รับจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตอน 8 ระยะทาง 2.15 กม. ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ซีซีเอสพี-เดอะซีอีซี มูลค่างาน 1,910 ล้านบาท ตอน 9 ระยะทาง 2.14 กม. ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ซีเอ็มซี-ทีบีทีซี มูลค่างาน 1,859 ล้านบาท และตอน 10 ระยะทาง 1.13 กม. ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า เอส.เค. มูลค่างาน 1,946 ล้านบาท

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ขณะที่ รูปแบบโครงการเป็นทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ขนาด 6 ช่องจราจรไป-กลับ ตลอดเส้นทาง โดยมีสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน บริเวณ กม. ที่ 31 พร้อมด้วยด่านเก็บค่าผ่านทางและทางขึ้น-ลง จำนวน 4 แห่ง

Advertisement