จังหวะ การเมือง ‘อรรถวิชช์’ ณ พรรคกล้า คือ การเมืองใหม่

3.02.22 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : จังหวะ การเมือง ‘อรรถวิชช์’ ณ พรรคกล้า คือ การเมืองใหม่

ไม่ว่าความพยายามของพรรคกล้า ไม่ว่าความพยายามของพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นความพยายามในการสร้างจุด “ต่าง”

ไม่เพียงต่างจาก “ประชาธิปัตย์”ไม่เพียงต่างจาก “พลังประชารัฐ”

หากเด่นชัดอย่างยิ่งว่า ต้องการให้เห็น “ความต่าง” ออกไปจากที่เห็นผ่านพรรคเพื่อไทย ออกไปจากที่เห็นผ่านพรรคก้าวไกล

นั่นก็คือ บทบาทของ “หลวงมุ่งกระแทกกลาง”

เนื่องจากพรรคกล้าแยกและแตกตัวออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคสร้างอนาคตไทยแยกและแตกตัวออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ

Advertisement

จึงไม่อยาก “เหมือน” จึงต้องเน้น “ต่าง”

ความพยายามนี้มิได้เป็นเรื่องใหม่ หากแต่ในการเลือกตั้งเมื่ออดีต พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีธรรมก็พยายามเพื่อเป็นอีก “ทางเลือก”

คำถามก็คือ ประสบความสำเร็จหรือไม่

ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 จากความใหม่อย่างยิ่งของพรรคไทยรักไทยที่เสนอตัวเข้ามาในการเลือกตั้ง

จำเป็นต้องสร้าง “จุดต่าง” และเป็น “ทางเลือก”

พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีธรรม ไม่อาจเดินไปในหนทางเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคชาติไทย แต่จะให้เหมือนพรรคไทยรักไทยก็มิได้

จึงกำหนดบทบาทเป็นเหมือนกับ “เป็นกลาง” ระหว่างความขัดแย้ง

นี่ย่อมเป็นบทบาทอย่างเดียวกันกับที่พรรคกล้าเสนอตัวมาพร้อมกับการเมืองสร้างสรรค์ การเมืองคุณภาพ

หรือที่ “สร้างอนาคตไทย” ปลีกออกจาก “พลังประชารัฐ”

จึงไม่เพียงแต่พรรคเหล่านี้จะเผชิญกับความแข็งแกร่งในฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย หากแต่ยังต้องตีฝ่า “ความใหม่” อันมาจากพรรคก้าวไกล

สังคมจึงสัมผัสได้ในความกล้าๆ กลัวๆ

จากการเลือกตั้ง “ซ่อม” เขต 9จตุจักร หลักสี่ พรรคกล้ารับรู้ในความมั่นใจเป็นอย่างสูงของพรรค
เพื่อไทยอันสำแดงผ่าน นายสุรชาติ เทียนทอง

เช่นเดียวกับความคึกคักของนายกรุณพล เทียนสุวรรณ

ยุทธวิธีเฉพาะหน้าของ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จึงเดินหน้าชนกับเบอร์ 7 นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ อย่างผู้มาก่อน

แต่แล้วก็จับได้ใน “กระแส” จากอีกด้านของ “เพื่อไทย” และ “ก้าวไกล”

ในช่วงโค้งสุดท้ายจึงต้องฉวยโอกาสจากความจัดเจนพื้นฐานยุค “ประชาธิปัตย์” และอารมณ์จากที่เคยเป่า “นกหวีด”

ไม่ลังเลที่จะเล่นบทเดียวกับ “ไทยภักดี”

ขณะเดียวกัน ก็เดินไปบนเส้นทางของพรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยภักดี นั่นก็คือห้อยโหนไปกับความสำเร็จของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ตัวตนอันแท้จริงจึงเปลือยเปล่า ล่อนจ้อน

หากมองผ่านความสำเร็จเฉพาะหน้า อาจทำให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สามารถหายใจรดต้นคอ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ

แต่ก็ยังแพ้ นายสุรชาติ เทียนทอง อยู่ดี

ไม่ว่าจะหยิบกลยุทธ์ในแบบของ “ไทยภักดี” ประสานกับความเป็นนักฉวยโอกาสในแบบของ “ประชาธิปัตย์”

คำถามก็คือ นี่ละหรือคือการเมืองใหม่ การเมืองคุณภาพ