‘วิโรจน์’ ยื่นลาออกแล้ว ลุยหาเสียงชิงผู้ว่าฯ ซึ้งคนเสียดายบทบาท ส.ส. แซว ‘ประยุทธ์’ ดวงแข็ง

3.02.22 | 11:05 น.

‘วิโรจน์’ ลาออกแล้ว ลุยหาเสียงรอชิงผู้ว่าฯกทม. ซึ้งใจหลายคนเสียดายบทบาท ส.ส. ย้ำจะตั้งใจทำงานหนัก เพื่อคนกรุงเทพฯ ฝาก ปชช.ติดตามศึกซักฟอก ม.152 แซว “ประยุทธ์” ดวงแข็ง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงภายหลังยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. กับเจ้าหน้าที่สภา เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่า วันนี้ยื่นหนังสือลาออกจาก ส.ส. โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป เพื่อที่จะทำงานร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.อย่างเต็มที่ตามแผนที่ได้วางไว้

นายวิโรจน์กล่าวติดตลกด้วยว่า “ดูซิว่า ผมพยายามขับเคลื่อนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาโดยตลอด สุดท้ายผมไปก่อน ดวงเขาแข็งจริงๆ”

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนและทีมงานได้ประชุมกันและมีกรอบความคิดว่า พวกเรากำลังเป็นลูกน้องคนหนึ่งที่พยายามจะสมัครงานและเขียนข้อเสนอโครงการ เพื่อให้เจ้านายซึ่งก็คือคน กทม.เลือกให้เราเข้าไปทำงาน รู้สึกตื่นเต้นเหมือนคนที่เพิ่งมาสมัครงานใหม่ และมาสัมภาษณ์กับเจ้านาย ยืนยันว่าเราไม่ใช่ CEO แต่เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง เราเชื่อว่าผู้ว่าฯกทม.คือผู้จัดการสำนักงานหรือฝ่ายบุคคลที่มาดูแลเรื่องสาธารณูปโภคในสำนักงานใหญ่แห่งหนึ่งที่เรียกว่า กทม. และมีคนอยู่เต็มไปหมดที่เราต้องดูแลสวัสดิการ ความเป็นอยู่ที่ดี คุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานที่พึ่งพาได้ให้กับคน กทม. นี่คือกรอบความคิดสำคัญในการทำงานของเรา เราจะตั้งใจทำงานอย่างหนักนับจากนี้

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการเปิดตัวนโยบายนั้นอยู่ในเฟสที่ 1 ตอนนี้เราพยายามกระชับนโยบายให้มากที่สุด แต่เดิมเรามีนโยบายกว่า 10 ด้าน แต่ได้หารือกันว่าจะเอาเรื่องที่ใกล้เคียงกระชับรวมกัน โดยจะพยายามทำให้นโยบายหลักไม่เกิน 10 ด้าน เพราะบางนโยบายหากทำร่วมกันจะมีพลังและมีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายนโยบายมากกว่า เช่น กรุงเทพฯ เมืองปลอดภัย ต้องดูแลทั้งอาชญากรรม คนเดินถนน คนที่ขับขี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ การข้ามทางม้าลาย รวมถึงเรื่องนโยบายสาธารณสุข เรื่องการศึกษา

Advertisement

เมื่อถามว่า มีกระแสแสดงความเสียดายบทบาท ส.ส. มีสิ่งใดอยากจะพูดหรือรู้สึกคั่งค้างหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ขอบคุณจากใจจริงและรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก แสดงว่าสิ่งที่ตนและเพื่อนร่วมงานของพรรค ก.ก. และอดีตอนาคตใหม่ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก แม้จะมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ประชาชนก็เห็นคุณค่าและความพยายามในสิ่งที่ทำ แต่มาวันนี้ในบทบาทการบริหารงบประมาณและราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่คน กทม. 6 ล้านคน ด้วยงบประมาณ 1 แสนล้านบาท จะเห็นการทำงานหนักของตนและว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ในการรีดประสิทธิภาพงบประมาณให้ผลประโยชน์ตกกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ให้ กทม.เป็นเมืองที่โอบรับความหวังของประชาชนให้ดีกว่านี้ ให้เป็นเมืองที่มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ประชาชนสามารถฝากผีฝากไข้ มีความมั่นใจว่าล้มแล้วไม่เจ็บหนัก ล้มแล้วลุกขึ้นได้ ล้มคนเดียวไม่ต้องล้มทั้งบ้าน เชื่อว่าบทพิสูจน์ใหม่ครั้งนี้ประชาชนจะให้การตอบรับ อนุมัติให้ตนเข้าไปทำงาน

ถามว่า มีเรื่องอยากจะฝากถึงเพื่อน ส.ส.หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 อยากให้ทุกคนได้ติดตาม พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เตรียมแนะนำสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำ เพราะวันนี้ประชาชนรับทราบแล้วว่าปัญหาการเมือง ปัญหาปากท้อง คุณภาพชีวิต ความสิ้นหวังในอนาคต เป็นเรื่องเดียวกัน การเลือกตั้งที่ผ่านมาซึ่งมีประชาชนใช้สิทธิจำนวนไม่น้อย สะท้อนว่าประชาชนเล็งเห็นแล้วว่าการเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญในการคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ นอกจากนี้ ขอขอบคุณ ส.ส.ทุกคน จากทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่กรุณาให้คำแนะนำที่ดีกับตนมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่หากไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เกิดขึ้น อาจจะด้วยอุบัติเหตุทางการเมือง นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่กังวล แต่เราติดตามและปรับแผนของเรา หากเราวางแผนโดยต้องอิงกับแผนการเลือกตั้งของรัฐบาล เราก็จะทำงานลำบาก เพราะต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งในปี 2562 มีการเลื่อนหลายครั้ง หากยึดโยงตรงนั้นมากก็จะทำงานไม่ได้ ฉะนั้น เราจะเอาแผนของเราเป็นหลัก ส่วนการประกาศการเลือกตั้งจากรัฐบาลจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามประกอบเท่านั้น เพราะเราสั่งเขาไม่ได้ เชื่อใจเขาก็ไม่ได้เหมือนกัน