‘อนุทิน’ ไม่เห็นเพจแชร์ค่าปรับสวมหน้ากากอนามัย เผยเรื่องนี้ยังไม่ได้หารือ

3.02.22 | 11:05 น.

‘อนุทิน’ ไม่เห็นเพจแชร์ค่าปรับสวมหน้ากากอนามัย เผยเรื่องนี้ยังไม่ได้หารือ ย้ำสวมหน้ากากป้องโควิดได้ รับมีต่างชาติไม่ค่อยร่วมมือ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลจากเพจศูนย์ข้อมูลโควิด-19 เผยแพร่อัตราค่าปรับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เมื่อวันที่ 31 มกราคม ว่า ยังไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดตรงนี้ ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีใครรายงานเรื่องนี้มา แต่อาจจะเป็นข้อเสนอของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งใน ศบค.ที่เราต้องมาพิจารณากัน และเห็นว่าการสวมหน้ากากอนามัยควรจะสวมตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวเคยมีประกาศข้อกำหนดตามออกมาก่อนหน้านั้น นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ผ่านมาทางตน แต่ใครคิดอะไรที่เป็นประโยชน์ที่ทำให้เกิดการป้องกันโรคอย่างสูงสุด และป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาลทุกคนมีสิทธิเสนอได้ โดยต้องนำมาหารือรับฟังความเห็นกัน หากประชาชนร่วมมือรับเป็นอย่างดีก็ไม่ต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่ถ้ามีคนปฏิเสธ ไม่ให้ความร่วมมือไม่สวมหน้ากากอนามัย โดยอ้างความเป็นอิสระแต่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนต้องมาหารือกัน เพราะได้รับรายงานว่าต่างชาติบางคน ก็ไม่ยอมสวมหน้ากาก เช่น ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี คนต่างชาติไม่ค่อยยอมใส่หน้ากากอนามัยกัน อาจมีเหตุผลเรื่องวัฒนธรรมแต่จะเพราะเหตุอะไรต้องมาคุยใน ศบค.ว่าจะทำอย่างไรกับคนกลุ่มนี้

เมื่อถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องให้นักท่องเที่ยวปฏิตามมาตรการ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเรามีมาตรการกำหนดออกมาแล้วต้องปฏิบัติตาม เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องนำกฎหมายมาบังคับใช้ในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้หารือกัน แต่ถ้าจำเป็นต้องมาหารือกัน ถ้าใช้ก็ต้องบังคับใช้ให้ทั่วหน้า และเวลานี้คนไทยส่วนใหญ่ก็สวมหน้ากากหมดแล้ว จึงส่งผลให้ตัวเลขการติดเชื้อไม่กระโดดขึ้นไป ขอย้ำหน้ากากอนามัยช่วยได้เยอะ ส่วนจะมาอ้างว่าเข้าเมืองแบบเทสต์แอนด์โก ผ่านขั้นตอนมาแล้วไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย จะมาอ้างอย่างนี้ไม่ได้ต้องมีมาตรการจัดการ

Advertisement

เมื่อถามว่า หากยอดผู้ติดเชื้อเกินหมื่นคน จะมีการทบทวนมาตรการหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ต้องดูผลของวัคซีน ที่และจากการฉีดวัคซีนจำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเข้าห้องไอซียูยังไม่เพิ่มขึ้น และยังควบคุมจำนวนผู้ที่รักษาตัวเองได้ดีอยู่ ผู้ป่วยติดเชื้อที่อาการไม่หนักก็อยู่ในเกณฑ์ตามฉากทัศน์ของกรมควบคุมโรค ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรแต่ต้องไม่ประมาท