สถานีคิดเลขที่ 12 : ตรุษจีนที่ชายแดนใต้ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
เทศกาลตรุษจีน 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีข่าวจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวขวัญกันถึงการกำหนดให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการประจำปี ใน 5 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งเป็นมติ ครม.เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2555
คนในพื้นที่กล่าวแสดงความขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.ในขณะนั้น ในฐานะเป็นผู้ผลักดัน จนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้มีมติ ครม.ดังกล่าวออกมา และยังมีผลต่อเนื่องมาจนถึงบัดนี้ แม้วันนี้ พ.ต.อ.ทวีจะพ้นหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.ไปแล้ว แต่ยังมีสิ่งที่ผู้คนได้ระลึกถึง
รวมทั้งผลงานวันหยุดราชการที่เป็นการบ่งบอกลักษณะพิเศษในพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม
โดยใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว มีวันหยุดราชการที่แสดงถึงความสำคัญของคนทุกเชื้อชาติศาสนา
ทั้งวันหยุดของอิสลาม คือ วันตรุษอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันรายอปอซอ 1 วัน วันตรุษอีฎิ้ลอัดฮา หรือวันรายอฮัจยี 1 วัน ส่วนชาวไทยเชื้อสายจีนก็มีวันหยุดตรุษจีน นอกเหนือวันหยุดของไทยพุทธที่มีอยู่แล้ว
เดิมทีรัฐบาลในยุคก่อนหน้านั้น ได้กำหนดวันสำคัญของอิสลาม เป็นวันหยุดราชการอยู่แล้ว มาในยุคที่ พ.ต.อ.ทวี.ไปนั่ง ศอ.บต.ได้ขยายวันและพื้นที่ และเพิ่มวันตรุษจีนเข้าไปอีกด้วย
เหตุผลของอดีตเลขาฯ ศอ.บต.ที่ผลักดันเรื่องนี้ คือ การทำให้ชาวบ้านทุกวัฒนธรรมมีความรู้สึกเท่าเทียมกัน เน้นให้เห็นความพิเศษของ 3 วัฒนธรรม ทั้งชาวพุทธ ชาวมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน ครบทั้ง 3 วัฒนธรรม
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงความพยายามแก้ปัญหาในภาคใต้ โดยเฉพาะไฟใต้ ในยุคดังกล่าว
จะพบว่า การสร้างความเท่าเทียมทางวัฒนธรรมทั้ง 3 วัฒนธรรม เป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่า นี่คือพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ทั้งควรอยู่ร่วมกันได้โดยเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ควรมีการเหยียด หรือหมิ่น เชื้อชาติศาสนาใด ซึ่งประเด็นนี้แหละที่เป็นส่วนหนึ่งของการจุดชนวนไฟใต้
การทำให้บางเชื้อชาติศาสนา กลายเป็นพลเมืองชั้น 2 คือต้นเหตุสำคัญอย่างยิ่ง
สิ่งที่ประสานร่วมกันไปในยุคนั้นก็คือ การตั้งคณะกรรมการเปิดเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อหาทางออก หยุดไฟใต้ด้วยโต๊ะพูดคุยเจรจา
การใช้การเมืองนำการทหาร ใช้สันติวิธีไปหยุดสงคราม เริ่มไปได้ดีในระดับหนึ่ง การก่อความไม่สงบลดลงไประดับหนึ่ง ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า จะต้องไม่มีการโจมตีทำร้ายเป้าหมายที่เป็นชาวบ้าน เป็นผู้อ่อนแอ
น่าเสียดายที่เมื่อเกิดรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นโยบายนี้ก็ถูกพับเก็บไป ตามสไตล์รัฐบาลทหาร
มาจนถึงรัฐบาลยุคปัจจุบันที่มีพรรคการเมืองเข้ามาเป็นองค์ประกอบ แต่แกนนำรัฐลบาลก็คือ ฝ่ายความมั่นคงอดีตผู้นำกองทัพ นโยบายการแก้ปัญหาไฟใต้ก็ดังที่เห็นๆ กัน
มีตรวจค้นกวาดจับ และปะทะ วิสามัญฆาตกรรม จากนั้นจะถูกโต้ตอบด้วยการลอบวางระเบิดทั่วเมือง
สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้และสภาพไฟใต้ที่มากด้วยความรุนแรง
จึงยังเป็นแนวรบที่เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

