สภาล่มถี่ ครั้งที่ 16 แล้ว ‘บิ๊กตู่’ เตือน ถ้าอยากเลือกตั้ง ต้องผ่าน ‘ร่าง 2 พ.ร.ป.’ ไม่ล่มอีก
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ยังเกิดเหตุสภาล่มซ้ำซาก ล่าสุดเป็นครั้งที่ 16 แล้ว เหตุจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยเฉพาะส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ที่ไม่สามารถรวบรวมเสียงให้เกินกึ่งหนึ่งได้
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ระหว่างพิจารณารายงานคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน หลังสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง จนถึงเวลา 14.05 น. นายชวน กดออดเรียกสมาชิกเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติรับทราบรายงานดังกล่าว แต่มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา นายชวน จึงพยายามรอ ใช้เวลากว่า 20 นาที แต่สมาชิกดูแล้วยังไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอให้พักการประชุม 30 นาที แต่นายชวน อนุญาตให้พักเพียง 15 นาที แต่สุดท้ายไม่ได้พักการประชุม เนื่องจากนายชวน เกรงว่าสมาชิกจะลดลงจากเดิมไปอีก
จากนั้น นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่ฝ่ายค้านขอให้นับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรแสดงตน นายชวนวินิจฉัยให้แสดงตนตามที่นายวิรัช เสนอ แต่นายจุลพันธ์ คัดค้าน ระบุว่า กำหนดจะประชุมถึงเวลาประมาณ 17.00 น. หากนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ กว่าจะเสร็จก็เวลา 17.30 น. ไม่ต้องประชุมต่ออยู่ดี ถ้าเดิมเกมเช่นนี้ ฝ่ายค้านไม่ยุ่งด้วย และขออยู่นอกห้องประชุม
ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ญัตติที่ นายวิรัช เสนอน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีส.ส.รับรอง ดังนั้นญัตติจึงไม่ชอบ นายชวน กล่าวว่า เมื่อ นายศุภชัย ยืนยันว่า ญัตติไม่ถูกต้อง ดังนั้นที่ให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ก็เปลี่ยนแปลงได้ จากนั้นนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ญัตติที่ตนเสนอให้ขอนับองค์ประชุมแบบเสียบบัตร ยังอยู่ เพราะมีสมาชิกรับรองกว่า 20 คน
ต่อเวลา 14.45 น. นายชวน กดออดเชิญให้สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเสียบบัตรแสดงตน ปรากฏว่า มีสมาชิกเพียง 197 คน ไม่ถึง 237 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม นายชวนจึงสั่งปิดการประชุมในเวลา 14.50 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาฯล่มครั้งถือเป็นครั้งที่สองของเดือนกุมภาพันธ์และเป็นครั้งที่ 16 ของสภาผู้แทนฯชุดนี้

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ตอบสื่อมวลชนที่ถามถึงเหตุที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มบ่อยจะกระทบต่อการทำงานหรือไม่ โดยเฉพาะกฎหมายลูกหรือร่างพ.ร.ป. 2 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา ว่า เรื่องนี้มีอยู่แล้วในโซเชียล ไปเปิดดูได้ว่ามีสมาชิกเข้าไปประชุมกี่คน ก็จะเห็นได้ว่ามีพรรคไหนเข้ามาบ้าง บางคนมาไม่ได้เพราะติดกักตัว แต่บางพรรคมาแล้วไม่ลงชื่อ เป็นวิธีทางการเมืองหรือเปล่าไม่รู้ ในส่วนของกฎหมายลูกส่วนตัวก็อยากให้จบได้เร็วตามที่กำหนดไว้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภา ถ้าล่มอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
“ทุกคนอยากจะเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าอยากเลือกตั้งก็ต้องทำให้กฎหมายลูกเสร็จ โดยสภาฯต้องไม่ล่ม กฎหมายสำคัญที่รัฐบาลออกไปทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้นและต้องผ่านให้ได้ ถ้าทุกอย่างรวนไปหมดก็จะแก้อะไรไม่ได้และกลับไปสู่ที่เดิม”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯให้สัมภาษณ์ยังไม่ชัดเจนเรื่องการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) แสดงว่ายังมีโอกาสความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมยังไม่ตอบอะไรทั้งนั้น มีปัญหาอะไรหรือ อะไรที่ยังไม่จำเป็นผมก็ยังไม่ต้องพูด เป็นเรื่องที่ผมต้องตัดสินใจของผมเอง”
“สิ่งสำคัญวันนี้ต้องสร้างการรับรู้ให้กับสังคมและประชาชน ลองไปเปิดโทรศัพท์ดูมีการสร้างความขัดแย้งสร้างความไม่เข้าใจ 80% อยู่ในนั้น จริงบ้างไม่จริงบ้าง บางคนเครดิตไม่ควรจะพูดอะไรออกมาก็ไปเผยแพร่แบบนี้ แล้วบ้านเมืองมันจะจบหรือไม่ ผมไม่จำเป็นต้องสงวนเป็นนายกฯไปตลอดชาติ ผมทำเท่าที่ผมทำได้ ฉะนั้นไม่ต้องมากังวลว่าผมอยากจะมีอำนาจต่อไป”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯพร้อมที่จะลุยและจะอยู่ต่อเป็นนายกฯสมัยที่ 3 หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ลุยอะไร มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันข้างหน้า เธออย่ามาถามดักหน้าวันนี้ มันยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น อยู่ไปตามหน้าที่ที่มีก่อน วันหน้าก็เป็นเรื่องของวันหน้า อย่าถามให้นายกฯต้องมาตอบ เสร็จแล้วก็เอาคำพูดไปเผยแพร่ว่านายกฯพูดอย่างนี้ ผมไม่ตอบคุณหรอก”


