‘ชัชชาติ’ ปรับแผน จุดอ่อน สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. เปิดนโยบาย เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ฟื้นศก.ชุมชน สร้างเมืองน่าอยู่
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หนึ่งในว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามอิสระ เปิดเผยกับมติชนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่คาดว่าจะมีขึ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ เพราะล่าช้ามากว่า 2 ปีแล้ว
ช่วงโค้งสุดท้ายลงพื้นที่มากขึ้น
“เรื่องเลือกทีมรองผู้ว่าฯยังไม่ต้องรีบ คนที่มาช่วยลงพื้นที่ตอนนี้ ไม่ได้หวังตำแหน่ง มาช่วยเพราะอยากช่วยก่อน ส่วนเรื่องรองผู้ว่าฯถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที ผมไม่ได้มีสัญญาอะไรกับใครไว้ ในช่วง 3-4 เดือนนี้ก่อนจะมีการเลือกตั้ง จะเดินหน้าลงพื้นที่อย่างเต็มที่มากขึ้น ปัจุบันก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูล เราเป็นอิสระจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียมาช่วยในการหาเสียงบ้าง อาจจะมีทำแผ่นพับแจกเวลาลงพื้นที่ ทำเท่าที่ทำได้ ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ซึ่งทีมงานต้องกลับมาดูว่ายังจุดอ่อนอยู่ตรงไหนเพื่อจะได้ปรับ”
18 นโยบายครอบคลุมทุกด้านทุกเขต
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเปิดตัวพร้อมแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการ
ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด มีทั้งหมด 18 เรื่อง ขยายผลมาจากนโยบายหลัก 4 ด้าน คือ เรื่องของคน เทคโนโลยีดีจิทัล สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ เพื่อให้ ‘กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน’ โดยนโยบายทำหลายด้าน เป็นรายเขตทั้ง 50 เขต และพื้นที่แต่ละเขตจะมีปัญหาไม่เหมือนกัน
“หลังลงพื้นที่ดูปัญหา มีนโยบายทุกด้านที่ต้องทำ เช่น เรื่องเศรษฐกิจจากเมื่อก่อนไม่มีการพูดถึง ก็ต้องคิดให้ละเอียด และพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจกลับคืนมา หาช่องทางทำมาหากินให้คนสะดวกมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพของคนที่สูงขึ้น เพราะเราคงไปซัพพอร์ตอะไรมากไม่ได้”

ทุกนโยบายคิกออฟไปพร้อมกัน
เมื่อถามว่าจะมีนโยบายอะไรเป็นไฮไลต์ นายชัชชาติกล่าวว่า คงไม่มีเป็นไฮไลต์อะไรมากเพราะเราไม่ได้ไปแจกอะไรหรือทำเป็นนโยบายประชานิยม อย่างเช่น จะทำเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาถูก ต้องดูว่าจะทำได้อย่างไร เพราะต้องดูงบประมาณด้วย จะไปสัญญาคงไม่ได้ ต้องสัญญาในสิ่งที่ทำได้ กรณีของรถไฟฟ้าต้องพยายามทำให้ถูกที่สุด แต่มีเรื่องเงื่อนไขที่ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ต้องไปดูให้ดี และรอบคอบ เพราะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลายเรื่อง
“รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่คาราคาซังอยู่ ต้องนำข้อมูลมาดูว่าเรื่องราว สถานการณ์เป็นอย่างไร มีช่องทางตรงไหนจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เพราะมีการทำสัญญาไว้ล่วงหน้ามากและเราไม่สามารถนำสัญญามาดูได้ เรื่องการเดินทางก็สำคัญ ทำยังไงให้ประชาชนสะดวกขึ้น อาจจะต้องเพิ่มระบบฟีดเดอร์ เป็นเส้นเลือดฝอยที่เติมเต็มรถไฟฟ้าสายหลัก”นายชัชชาติกล่าวและว่า
“การทำงานเราคงไม่เลือกทำเฉพาะเรื่อง ต้องทำหลายเรื่องไปพร้อมๆกัน ทั้งเรื่องมายด์เซต เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ฝุ่น การระบายน้ำ น้ำเสีย การเดินทาง ความปลอดภัยการใช้ถนน ทางเดินเท้า ทางม้าลาย ความโปร่งใส การเพิ่มประสิทธิภาพ การศึกษา สาธารณสุข ที่อยู่อาศัย แก้ปัญหาคนไร้บ้าน ต้องทำพร้อมๆกันเพราะ กทม.มีหลายสำนัก จะโฟกัสเรื่องเดียวคงไม่ได้ ต้องลุยทุกสำนัก ไม่ว่าความโปร่งใสในเรื่องค่าใช้จ่ายงบประมาณก็ต้องทำ เศรษฐกิจก็ต้องดู ซึ่งกทม.ทุกเรื่องมีความสำคัญหมด เพราะมันคือคุณภาพชีวิตของคน” นายชัชชาติกล่าว
ไม่หวั่นคู่แข่งพรรคใหญ่ ชี้เพิ่มทางเลือกคนกรุง
เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลส่ง นายวิโรจน์ ลักขราอดิศร คนรุ่นใหม่ ลงสมัครแข่งด้วย ดูแล้วน่ากลัวและต้องต้องปรับแผนหาเสียงหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ผมว่าก็ดี ถือว่าเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และเป็นประชาธิปไตย ให้คนเลือก ใครได้รับเลือกก็ทำงาน
“เราโฟกัสที่นโยบายมากกว่า สุดท้ายไม่ว่าใครมาแข่ง ปัญหากรุงเทพฯไม่ได้เปลี่ยนไป หัวใจคือเราจะทำอะไรให้คนกรุงเทพฯมากกว่า เพราะเราไม่ได้เป็นนักการเมือง เราเน้นการทำงาน อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมาแข่งกับเรา แต่เราคิดว่าเราทำอะไรมากกว่า แทนที่จะไปคิดว่าจะมีใครมาตัดคะแนนเสียง ถ้าคิดแบบนั้นไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน”
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมาช่วยสนับสนุน นายชัชชาติกล้าว่า ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้คุยกับคุณหมอชลน่าน ผมสมัครในนามอิสระ ใครเห็นว่านโยบายเราดีและจะมาช่วย ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา
อนึ่งสำหรับนโยบายหลัก 4 ด้านของนายชัชชาติ ประกอบด้วย 1.People เรื่องคน เน้นระบบเส้นเลือดฝอยและคุณภาพชีวิต 2.Digital เรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล ต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดขั้นตอน 3.Green เรื่องสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ขยะ ควันพิษ ฝุ่น 4.Economy เรื่องเศรษฐกิจ เพราะเมืองอยู่ได้ด้วยเศรษฐกิจ ตอนนี้เศรษฐกิจมีปัญหาเมืองต้องมาช่วยดูแลเรื่องเศรษฐกิจของคนให้มากขึ้น พยายามสร้างโอกาสคน ลดขั้นตอน หนุนให้เศรษฐกิจฟื้นคืนมา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

