ปปช.พร้อมตรวจปม ดร.เอ้ เอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่มีความใกล้ชิดได้รับงาน
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติของว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ ทาง ป.ป.ช.จะตรวจสอบกรณีความร่ำรวยผิดปกติคู่ขนานไปกับ กมธ.ป.ป.ช.หรือไม่ ว่า
ประเด็นดังกล่าว ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติเวลามีประเด็นใดที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีหน่วยงานใดเจาะข้อมูลเรื่องใด ป.ป.ช.ต้องเข้าไปดูข้อมูล เรื่องการร่ำรวยผิดปกติเป็นหน้าที่โดยตรงของ ป.ป.ช.อยู่แล้ว
เรื่องนี้ ป.ป.ช.ฟังข่าวอยู่ตลอด เมื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว หากพบว่ามีมูลจะดำเนินการขยายผลต่อไป
ส่วนกรณีการตรวจสอบนายสุชัชวีร์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่มีการร้องเรียนต่อ กมธ.ป.ป.ช.ของสภา ประเด็นเอื้อประโยชน์ให้บริษัทที่มีความใกล้ชิดกับนายสุชัชวีร์ได้รับงานนั้น ป.ป.ช.กำลังรับฟังข้อมูลเรื่องนี้อยู่ กำลังรอดูข้อมูลความชัดเจน ถ้ามีความชัดเจนก็พร้อมเข้าไปตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษก กมธ.ป.ป.ช.แถลงผลการประชุม กมธ.ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีนายสุชัชวีร์ โดยตอนหนึ่งระบุว่า ระหว่างปี 2558-2564 ที่นายสุชัชวีร์ดำรงตำแหน่งอธิการบดี สจล. มีการก่อสร้าง 5-6 โครงการใน สจล. มีข่าวระบุว่ามีบริษัทหนึ่งสงสัยว่าจะมีหุ้นส่วนที่เป็นคนใกล้ชิดของนายสุชัชวีร์ และนายสุชัชวีร์อาจเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทดังกล่าวด้วยนั้นมารับงานนี้หรือไม่ กมธ.จะเรียกมาตรวจสอบต่อไปว่าจริงหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบว่าการเสียภาษีชอบหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีธงตั้งว่าจะให้มีความผิด
ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนี้ เชื่อว่าผู้ที่ติดตามสถานการณ์การเมือง คงจะคาดเดาได้ว่าการยื่นเรื่องหรือการดำเนินการของ กมธ.ป.ป.ช. หากนายสุชัชวีร์ไม่ได้ประกาศตัวเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เหตุนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น ฉะนั้น คนที่ติดตามทางการเมืองก็พอจะคาดเดาได้ว่าเป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กมธ.ป.ป.ช.ต้องระมัดระวังในการนำรายละเอียด หรือกระบวนการตรวจสอบที่ยังไม่มีข้อสรุปออกมาเปิดเผย ซึ่งไม่ว่าจะเป็น กมธ.ชุดไหนก็ต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะเป็นเรื่องทางการเมือง และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายได้

