หน้าแรก การเมือง มีอะไรใน &#82...

มีอะไรใน ‘หลักสูตร’ สาธิต มธ.? ที่บิ๊กตู่สั่งจับตา! เปิดยุทธศาสตร์ เจาะแนวคิด ม.ต้น เน้นหลากหลาย ม.ปลายเน้นลงลึก

6.02.22 | 12:29 น.

สืบเนื่องกรณีเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังให้หน่วยงานเกี่ยวข้องไปดูอยู่กรณีที่มีข้อห่วงใยหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบัน (อ่านข่าว‘บิ๊กตู่’ สั่งจับตา ร.ร.สาธิต ม.ธรรมศาสตร์ อ้างห่วงมีการบิดประวัติศาสตร์-สถาบัน)

กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 09.15 น. โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่แถลงการณ์ต่อสาธารณชน มีเนื้อหาโดยสรุป ชี้แจงประเด็นต่างๆ ยืนยันว่าทางโรงเรียนสอนให้รู้จักคิด เคารพความหลากหลาย (อ่านข่าว‘สาธิต มธ.’ ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณชนหลัง ‘บิ๊กตู่’ สั่งจับตา ยันสอนให้รู้จักคิด เคารพความหลากหลาย บ่มเพาะพลเมืองโลก)

‘มติชนออนไลน์’ สำรวจหลักสูตร และยุทธศาสตร์ของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเผยแพร่อย่างเป็นสาธารณะผ่านเวปไซต์  https://satit.tu.ac.th

พบว่า ปรัชญาของโรงเรียนคือ “การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งประเสริฐสุดของชีวิต” โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแบบ “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ หลักสูตร ครูและบุคลากรในโรงเรียน และสังคม (พ่อแม่ ผู้ปกครอง และปัจจัยอื่นๆ ที่ล้อมรอบตัวผู้เรียน) ซึ่งการให้ความใส่ใจจากทุกองค์ประกอบเพื่อส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ส่วนวัฒนธรรมโรงเรียน คือ สังคมแห่งความเคารพและการเรียนรู้ร่วมกัน

Advertisement

สำหรับยุทธศาสตร์ 4 ประการ ได้แก่

1.พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนตามเป้าหมาย

2. พัฒนาองค์กรและระบบสนับสนุนการเรียนรู้

3. ผลิตงานวิจัย นวัตกรรมการศึกษา และการบริการวิชาการ

4. สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ พัฒนาเครือข่ายและการสื่อสารองค์กรเชิงรุก

ด้านหลักสูตร ทางโรงเรียนมุ่งพัฒนาให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ บริการ หรือรูปแบบการพัฒนาที่เป็นที่ยอมรับ เพื่อแก้ไขและตอบสนองต่อปัญหาทางสังคม อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมได้ต่อไป
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น

 

กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ – Learning Areas

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยรูปแบบ “กลุ่มประสบการณ์” ที่มีสาระองค์ความรู้ครอบคลุมชุดความรู้ตาม มาตรา 23 และดำเนินการบริหารจัดการหลักสูตรอิงหลักเกณฑ์และวิธีการปรับใช้หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551 ตลอดจนองค์ความรู้ใหม่ๆ ในต่างประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ คือ
กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Science and Mathematics) กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ มนุษย์และสังคม (People and Society) กลุ่มประสบการณ์
การเรียนรู้ สุขภาพและสุขภาวะ (Health and Well-being) กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้
การสื่อสารและภาษา (Communication and Languages) และกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ สุนทรียะทางศิลปะ (Appreciation of Arts) ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเอกสารหลักสูตร

โครงสร้างเวลาเรียน

นักเรียนในแต่ละชั้นปีจะได้เรียนรู้ครบทั้ง 5 กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ โดยมีจุดเน้น
ที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งเป็นไปตามพัฒนาการทางสมอง และลำดับขั้นของการเรียนรู้ ดังนี้

ม.1 เน้นการพัฒนาด้านการณ์การเรียนรู้การสื่อสารและภาษา เป็นการพัฒนาพื้นฐานของการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ศาสตร์อื่นต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ม.2 เน้นการพัฒนาด้านมนุษย์กับสังคม เป็นการพัฒนาคุณลักษณะด้านสังคม

ม.3 เน้นการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เป็นการพัฒนาการคิดอย่าง
เป็นระบบที่เป็นนามธรรมมากยิ่งขึ้นโดยการพัฒนาด้านสุขภาพและสุขภาวะจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามช่วงพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของนักเรียน และด้านสุนทรียะทางศิลปะจะได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับด้านอื่น ๆ

กระบวนการเรียนรู้ – Learning Process

เป็นการเรียนรู้ผ่าน 5 กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ อย่างบูรณาการ ยกเว้นด้านภาษาที่ต้องการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องและเฉพาะเจาะจง โดยแต่ละกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ได้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเป็นองค์รวมและเต็มศักยภาพในทุกด้าน

ทั้งนี้ ในแต่ละสัปดาห์ โรงเรียนมีกิจกรรม Weekly Reflection สำหรับให้นักเรียนได้สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในสัปดาห์นั้น ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการเรียนรู้ในสัปดาห์ถัดไป

กิจกรรมตามความสนใจ – Clubs

นักเรียนแต่ละคนมีความสนใจที่แตกต่างกัน การมีพื้นที่สำหรับให้นักเรียนได้เติบโตในสิ่งที่ตนสนใจเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาอย่างแท้จริง โรงเรียนจึงเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนรู้ได้ตามความสนใจ สัปดาห์ละ 4 คาบ ทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 14.00 น. – 15.30 น. ผ่านกิจกรรม 2 ประเภท ดังนี้

   กิจกรรมชมรมนวัตกรรมเพื่อสังคม – Social Innovation Club

กิจกรรมที่เน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะของการออกแบบ และการคิดเชิงสร้างสรรค์ คิดอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมผ่านรูปแบบการทำโครงงานตามความสนใจและ
ความถนัด สัปดาห์ละ 1 คาบ โดยเปิดให้เข้าร่วมทุกวันจันทร์

กิจกรรมตามความสนใจเฉพาะ – Club

กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เติมเต็มการเรียนรู้และทักษะในสิ่งที่ตนสนใจ สัปดาห์ละ 3 คาบ ดังนี้

Club (Art) เป็นชมรมด้านศิลปะที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนสัมผัสความงาม พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องผ่านการปฏิบัติ อีกทั้งค้นหาศักยภาพของตนเอง และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ก่อเกิดเป็นความสุขและดุลยภาพในการดำเนินชีวิต เปิดให้เข้าร่วมทุกวันอังคาร

Club (PA) เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างต่อเนื่อง การมีกิจกรรมทางกายอย่างพอเพียงจะส่งผลต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ โดยจะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีกิจกรรมทางกายในรูปแบบต่างๆ คือ การเรียน การทำงานบ้าน การเดินทางที่ส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมยามว่าง กิจกรรมนันทนาการ การเล่นกีฬา และผู้เรียนสามารถออกแบบการมีกิจกรรมทางกายให้เหมาะสมกับตัวเองได้ เปิดให้เข้าร่วมทุกวันพุธ

Club กิจกรรมชมรมที่ถูกตั้งขึ้นตามความสนใจของนักเรียน มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพของนักเรียนตามที่นักเรียนถนัด สนใจ หรือต้องการเรียนรู้ เปิดให้เข้าร่วมทุกวันพฤหัสบดี

หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย

Personalized Learning มุ่งสนับสนุนผู้เรียนแต่ละคนให้ค้นพบความชอบ ความถนัด และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้และเลือกเรียนรู้ในประเด็นที่ตนสนใจ โดยไม่มีการปิดกั้นจากขอบเขตของการแบ่งสายการเรียนแบบเดิม ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย การให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลอย่างเข้มข้น และความร่วมมือจากผู้ปกครองและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถพื้นฐานและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ของตนเอง

Competency-Based Education เป็นระบบการศึกษาที่สนับสนุน Personalized Learning กล่าวคือ ดำเนินการจัดการศึกษาโดยเอาสมรรถนะของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง โดยใช้เวลาและวิธีการอย่างยืดหยุ่นตามธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งกระบวนการของการศึกษา โดยมีระบบสนับสนุนการเรียนรู้และการให้คำปรึกษาที่เข้มแข็ง และระบบการประเมินสมรรถนะที่สอดคล้องควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ โครงสร้างการจัดการเรียนการสอนมีความยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียน ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกรายวิชาเฉพาะทางที่ตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายในอนาคตของตนเอง ซึ่งผู้เรียนสามารถวางเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองได้ ภายใต้การให้คำปรึกษาอย่างเข้มข้นจากครูที่ปรึกษา

หลักสูตร มุ่งเน้นให้ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เข้าใจและเชื่อมโยงพื้นฐานความรู้ที่หลากหลาย ต่อยอดลงลึกในศาสตร์ที่ตนสนใจ โดยผู้เรียนวางแผนและกำหนดเส้นทางการเรียนรู้ร่วมกับครูที่ปรึกษา จัดการเรียนการสอนแบบรายวิชา Block Course โดยแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ กลุ่มพื้นฐานการเรียนรู้ (Foundation) 80 หน่วยกิต และ กลุ่มการเรียนรู้เฉพาะทาง (Concentration) อย่างน้อย 40 หน่วยกิต โดยและประเภทประกอบด้วยรายวิชา และโครงงาน

ครู มีหน้าที่สนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถพื้นฐานและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ของตนเอง รวมทั้งเป้าหมายสำหรับการใช้ชีวิตในสังคม โดยมีบทบาทที่สำคัญ 3 ด้าน คือ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และกระบวนกร

ทั้งนี้ผู้เรียนจะทำงานร่วมกับครูที่ปรึกษาอย่างเข้มข้นผ่านระบบการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีทิศทางในการวางแผนการเรียนรู้ กำกับ ติดตาม ดูแลให้ผู้เรียนบรรลุแผนที่วางไว้ และช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นพบความชอบ ความถนัด นำตนเองได้ แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง และพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพ รวมทั้งการช่วยแก้ไขปัญหาที่ผู้เรียนอาจเผชิญ