“ศรีสุวรรณ”ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบ “บิ๊กป้อม” ผิดจริยธรรม-ขัดค่านิยม 12 ประการ เหตุเหมาลำบินไปประชุมฮาวายแพงเกินจริง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบด้านจริยธรรมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีนำคณะเดินทางร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐ ที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ในความผิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2551 และการไม่เป็นแบบอย่างที่ดี ขัดต่อค่านิยมหลัก 12 ประการของหัวหน้า คสช. โดยมีนายดนัย จันทิม ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เป็นผู้รับเรื่อง
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเน้นความประหยัด มัธยัสถ์ มีการวางหลักค่านิยม 12 ประการ ให้มีการปฏิบัติตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งการที่ พล.อ.ประวิตร ได้นำคณะทำงานชุดใหญ่รวม 38 คน เดินทางไปประชุมที่ฮาวายอย่างไม่เป็นทางการ ใช้วงเงินงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างไม่เหมาะสม ใช้วิธีการพิเศษโดยไม่มีเหตุต้องใช้ เนื่องจากกำหนดการที่จะเดินทางออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ถือเป็นการเดินทางที่ไม่เร่งด่วน ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้วิธีพิเศษในการเช่าเหมาลำ ขนาดนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมที่ยุโรป รัสเซีย ก็ยังเดินทางโดยเที่ยวบินธรรมดา และผู้นำในต่างประเทศอย่างเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวลาเดินทางไปประชุมเป็นทางการ ก็เดินทางด้วยเที่ยวบินปกติ และมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ไป เป็นคณะติดตามจำนวนไม่มาก แต่ของ พล.อ.ประวิตร ประชุมไม่เป็นทางการ กลับมีเจ้าหน้าที่และบุคคลอื่นรวมถึงเอกชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมไปเป็นคณะถึง 38 คน ถือว่ามากเกินเหตุ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะถือเป็นผู้ว่าจ้าง มีอำนาจในการที่จะกำหนดเมนูอาหาร แต่กลับกำหนดให้มีอาหารราคาแพง หายาก อย่างไข่ปลาคาเวียร์ ถือว่ากระทบต่อค่าใช้จ่ายโดยรวมของการเดินทาง
“การเดินทางไปก็มีบุคคล ซึ่งเป็นคนที่สังคมครหาร่วมคณะไปด้วย แล้วเมื่อวานท่านรองนายกฯ ออกมาพูดว่าผมเป็นโสดจะยุ่งกับใครก็ได้ ท่านเป็นถึงรองนายกฯ น่าจะทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม ในทางพุทธศาสนาก็เรียกว่าโลกวัชชะ คือทางโลกติเตียน ไม่ดี ซ้ำยังขัดต่อค่านิยมหลัก 12 ประการ ที่หัวหน้า คสช.ให้เยาวชนยึดถือ ที่ควรจะพอเพียง ยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก สิ่งที่ท่านดำเนินการไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุคที่เรากำลังจะปฏิรูป ผมก็เห็นว่าอยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการฯ จะตรวจสอบ อย่างน้อยก็ให้มีคำวินิจฉัยเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติตนไปในแนวทางที่จะไม่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี หรือเตือนว่าอย่าได้มีพฤติกรรมเยี่ยงนี้เกิดขึ้นอีก” นายศรีสุวรรณกล่าว
นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ใช่อ้างว่าสำนักนายกฯ รายงานมาว่ามีบุคคลเดินทางไป 38 คน แล้วไม่ไป 2 คน ก็เชื่อ สิ่งที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ตรวจสอบ และออกมาบอกว่าไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นปัญหา ไม่พบผิดปกติ ตนยังคลางแคลงใจ สตง.น่าจะทำหน้าที่ได้มากกว่านี้ ใช้ระยะเวลามากกว่านี้ เพราะขนาดการบินไทยกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังบอกต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน จึงจะทราบบุคคลที่เดินทาง ดังนั้น สิ่งที่ สตง.ออกมายืนยันส่อพิรุธ ตนอาจจะมาร้องผู้ตรวจการฯ ว่า สตง.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอให้ สตง.แจ้งผลการตรวจสอบที่ชัดเจนมาก่อน

