‘หมอชลน่าน’ น้อมรับผิดทำ ปชช.สับสน ยันไม่ใช่ฝ่ายค้านไม่ทำงาน แต่เป็นกลไกตรวจสอบองค์ประชุม ชี้ ดราม่า ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ แค่ถกเถียงความเห็นต่างตามหลัก ปชต.
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่านค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างพรรค พท.และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่มีการไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้านในการไม่อยู่เป็นองค์ประชุมว่า ขออนุญาตขำในเรื่องที่มีดราม่าเกิดขึ้น ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร เป็นวิธีการทำงาน เราเคารพซึ่งกันและกันอยู่แล้ว โดยหลักเราต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ย้ำว่าฝ่ายค้านจะตรวจสอบเข้มข้นด้วยวิธีการตรวจสอบองค์ประชุมในภาวะที่การเมืองอยู่ในวิกฤต มีการเห็นต่างกันในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเห็นได้ชัด ชี้ให้เห็นสัญญาณว่าเสียงข้างมากในสภาไม่ได้เป็นเสียงข้างมากจริง องค์ประชุมของฝ่ายรัฐบาลไม่เคยเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ 237 เสียง ซึ่งเราพยายามประเมินอยู่ตลอด หากเป็นเช่นนี้จะขัดต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ขอเรียนประชาชนว่าฝ่ายค้านมาประชุมทุกคน และการตรวจสอบ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านโดยตรง เราเคยพูดกันว่าหากรัฐบาลไม่พร้อมทำงาน เราก็ทำงานร่วมกับฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงข้างน้อยไม่ได้ และเสียงข้างน้อยจะเป็นเสียงข้างมากไม่ได้ ซึ่งไม่ชอบด้วยหลักของการทำหน้าที่ แต่เราก็มีข้อยกเว้น เช่น หากมีกฎหมายสำคัญบางเรื่องอาจจะมีมติเฉพาะไป

“ในฐานะที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านขอรับผิดว่าอาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ เราให้สิทธิแต่ละพรรคการเมืองเป็นผู้ตัดสินใจว่าเรื่องไหนสำคัญ หรือไม่สำคัญ และไม่ก้าวล่วงมติพรรคซึ่งกันและกัน หลังจากนี้ผมอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการ โดยเน้นหลักทั่วไปว่าเราเห็นพ้องต้องกัน แต่หลักการเฉพาะ เช่น ตัวเนื้อหาและตัวกฎหมาย เราเคารพสิทธิ ฉะนั้น ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นด้วย” นพ.ชลน่านกล่าว
นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า มองว่าไม่มีดราม่าอะไรให้เกิดความขัดแย้งทั้งสิ้น ในหลักประชาธิปไตยยิ่งเห็นต่างยิ่งดี แต่ในความเห็นต่างต้องมีข้อสรุปให้ชัด เพื่ออธิบายให้ประชาชนได้ ซึ่งมีหลายคนไปทำให้ประชาชนคิดว่าฝ่ายค้านไม่ทำงาน ต้องทำความเข้าใจว่านี่คือการทำงาน เป็นการตรวจสอบ หากรัฐบาลไม่พร้อมเราก็ต้องบอกกับประชาชนว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรมที่จะทำงานต่อ ซึ่งขึ้นอยู่กับประชาชนตัดสิน
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลมองว่าวิธีการนี้ไม่สามารถกดดันรัฐบาลให้ยุบสภาได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า วิธีการจะกดดันให้ยุบสภาได้ หรือไม่ได้ไม่ใช่ข้อตัดสิน แต่เป็นกระบวนการ เราต้องการบอกให้ประชาชนรู้และเห็นว่ารัฐบาลไปต่อไม่ได้แล้ว เราไม่ได้หวังว่าการทำองค์ประชุมไม่ครบจะทำให้เกิดการยุบสภา ขออย่าหยิบประเด็นนี้มาให้เกิดเป็นประเด็น ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็ไม่ยุบสภา แต่เมื่อเขาไม่มีความชอบธรรมเขาถึงจะยุบสภา ซึ่งกลไกที่เราดำเนินการในสภาเช่นนี้ รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะเขาไม่กล้านำกฎหมายสำคัญเข้าสภา
นพ.ชลน่านกล่าวว่า หากมีการนำกฎหมายสำคัญเข้าสภาแล้วไม่ผ่าน เขาถึงจะยุบสภา เช่น พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณปี 2566 นี่คือการบริหารประเทศไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่เราทำเช่นนี้ เพราะส่งผลดีกับประชาชน ในแง่ที่ว่าหากคุณไม่มีความสามารถ ไม่มีความชอบธรรมก็ต้องพิจารณาตนเอง ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเขาไปนานแล้ว

เมื่อถามว่า กรณีที่สภาล่มสองครั้ง ก่อนที่กฎหมายสำคัญของพรรค ก.ก.จะเข้าสู่การพิจารณา เป็นสาเหตุที่เกิดประเด็นดราม่าระหว่างพรรคฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า แม้สภาล่ม แต่กฎหมายยังอยู่ และสามารถหยิบมาพิจารณาได้ตลอด เพราะไม่ได้ตีกฎหมายตกไป
เมื่อถามว่า การประชุมวันนี้จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการอะไรหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตั้งใจจะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนรายละเอียดเป็นหน้าที่ของวิปฝ่ายค้านที่ต้องหารือกันว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญอย่างไร และสอดรับต่อภาพรวมของเราหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่มีดราม่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ
“เรื่องดราม่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นความเห็นต่าง หากมองบริบทการเมืองด้วยความเข้าใจก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศที่มีถกเถียงกันแสดงความเห็นต่างกัน แต่อย่าไปกล่าวหาแต่ละฝ่ายว่าเป็นเช่นนั้น เราต้องเคารพสิทธิแต่ละฝ่าย” นพ.ชลน่านกล่าว

