‘สัญญาร่วม’ ลงทุนรถไฟฟ้าสีเขียว เผือกร้อนในมือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหมือนกับการลากิจ ‘เว้น’ จากการประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ของ 7 รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย จะเป็นการแข็งขืนและประท้วงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
แต่เนื่องจาก 1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเสนอของพรรคพลังประชารัฐ
ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งสำคัญและแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายในการแสดงออกของ 7 รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย คือ สัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทย
เมื่อทำความเข้าใจต่อการดำรงอยู่ของสัญญาร่วมทุนนี้ ก็ยิ่งจะสะท้อนให้เห็นความสลับซับซ้อน เพราะเป็นการรู้เห็นร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานครและบริษัทเอกชน
การประท้วงอย่างเงียบๆจาก 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องทั้งระหว่างพรรภูมิใจไทยกับรัฐบาล และเป็นเรื่องระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน
ยิ่งกว่านั้นยังสะท้อนให้เห็นการปะทะขัดแย้ง ‘ภายใน’ โครงสร้างใหญ่ของรัฐบาล นั่นก็คือ โครงสร้างแห่ง ‘รัฐราชการรวมศูนย์’
จะทำความเข้าใจต่อปัญหาอันกำลังเป็นความขัดแย้งที่แหลมคมและทวีความร้อนแรงเป็นลำดับต้องทำความเข้าใจต่อผลประโยชน์ ที่แต่ละฝ่ายเข้าสัมพันธ์
พรรคภูมิใจไทยแสดงออกในฐานะที่คุมกระทรวงคมนาคมได้รับผลกระทบโดยตรงจากสัญญาร่วมของโครงการ
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยดำเนินการทุกอย่างในฐานะ ที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานครและเป็นไปตามข้อตกลงกับบริษัท ขนส่งมวลขนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
นี่คือข้อตกลง ‘ร่วม’ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลไม่น่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กระทั่งกลายเป็นการประท้วง
เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงไม่จัดการให้เรียบร้อย
ยิ่งหากพบความจริงว่า ความขัดแย้งนี้มิได้เพิ่งเกิดขึ้นหากแต่สะสมมาอย่างยาวนานตั้งแต่แรกจัดตั้งรัฐบาลเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ก็ยังไม่ราบรื่น
หากยิ่งปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ เรื้อรังหรือตัดสินใจโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ก็ยิ่งจะกลายเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาล
นี่ย่อมเป็น ‘เผือกร้อน’ ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

