‘บิ๊กป้อม’ ลั่นไม่แย่งป๊อก ปัดนั่งเก้าอี้มหาดไทย ชูบิ๊กตู่นั่งนายกฯ ทาบทามอดีตบิ๊กออมสิน หัวหน้าทีมศก.พลังประชารัฐ
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กระแสการเมืองไทยยังจับต้องไปที่ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่การแยกตัวไปของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าและกลุ่มส.ส.อีก 21 คน ล่าสุดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์วันที่ 8 กุมภาพันธ์ถึงกรณีปัญหาภายใน พรรค พปชร.ว่า ขณะนี้สบายใจขึ้น ขอย้ำตอนนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามว่าสมาชิกเข้ามาภายในพรรค พปชร.จำนวนมากนั้น มีใครบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่บอก ไว้ใกล้เวลาค่อยบอก เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส.เข้ามาในพรรคไม่น้อยกว่า 150 เสียง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็คิดแบบนั้น มั่นใจได้ 150 เสียงแน่นนอน
เมื่อถามว่า การประชุมพรรค พปชร.เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ยกมือไหว้ขอร้อง ส.ส.ให้มาประชุมสภากันให้ครบ แล้วทิศทางการประชุมสภาจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เชื่อว่าทิศทางการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมยืนยันจะอยู่พรรค พปชร.ไม่ไปไหน และพรรค พปชร.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ คนในพรรคยังรักกันเหนียวแน่นเหมือนเดิม ความจริงแล้ว ส.ส.พรรค พปชร. เข้าร่วมประชุมสภากว่า 80 คน ทุกครั้ง ก็ได้ขอร้องพรรคอื่นให้มาประชุมสภาพร้อมกันด้วย ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า มีแต่พวกคุณนั้นล่ะที่ไล่ แต่จะให้ไปไหน และพรรค พปชร.ยังไม่แตกแยก เพราะว่าผมยังดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ จะไปแตกได้อย่างไร
00ลั่นไม่แย่งเก้าอี้มท.1บิ๊กป๊อก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงเวลาที่จะชวน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาอยู่กับพรรคแล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เขาไม่ต้องมา เพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯอยู่แล้ว เมื่อถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกระแสข่าวตั้งพรรคใหม่อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องคุยเพราะรู้กันอยู่ รู้ว่าอย่างไรก็อยู่กับตน ยืนยันว่ายังอยู่ด้วยกัน และอยู่ด้วยกันมาตลอด ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ อยู่ด้วยกันมา 50 ปีแล้ว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อรองให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ยืนยันว่าจะไม่ไปไหน เพราะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นน้อง ในฐานะคนเป็นพี่คงไม่แย่งงานน้องทำหรอก และก็ไม่ทราบว่ากระแสข่าวนี้มาได้อย่างไร
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สำหรับกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และอดีตเลขาธิการพรรค พปชร.พร้อมคณะ ส.ส. 21 คน ที่ออกไปอยู่พรรคใหม่นั้น ไม่ได้คุยอะไรกับ ร.อ.ธรรมนัส แต่คุยกันว่าออกจากพรรค พปชร. แล้ว ต้องช่วยสนับสนุนพรรครัฐบาล
เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ขณะนี้เรียกว่าเป็นพรรคพันธมิตรของพรรค พปชร.ได้หรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถามว่าเป็นพันธมิตรแล้วหรือไม่ แต่ตอบเพียงสั้นๆ ว่า เขาก็อยู่ของเขา เราก็อยู่ของเรา
00ชัยวุฒิเชื่อไร้ปัญหากับภท.
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าว ถึงกรณีการประชุมพรรค พปชร.เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ในพรรคพูดคุยกันว่าจะช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่เพื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอมตามวาระในปี 2566 ไม่ได้พูดถึงการยุบสภาหรือมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ เพราะยังมั่นใจว่าทุกคนจะช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลให้ทำหน้าที่ต่อไปให้ครบเทอม เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองรายวันจะทำให้รัฐบาลอยู่ครบเทอมหรือไม่ เนื่องจากการประชุม ครม.ในวันเดียวกันนี้ รัฐมนตรีพรรร ภท.ไม่เข้าร่วม เนื่องจากไม่เห็นด้วยการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่ทราบต้องไปถามพรรค ภท. แต่ในภาพรวมพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเข้าใจกันดีอยู่ ทำงานร่วมกันไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ในบางประเด็นที่อาจจะมีข้อขัดข้องบ้างเดี๋ยวค่อยๆ พูดคุยกัน หาทางออกจนได้
สุชาตินำพปชร.คว้า150เสียง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมพรรค พปชร.แต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการพรรคว่า ต้องรอการประชุมพรรคที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ไว้วางใจให้มาดูแลในส่วนนี้ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่จะต้องเตรียมการเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตใหม่ จะมี 400 เขต ดังนั้น ตำแหน่งนี้มีความจำเป็นและสำคัญมาก เพราะต้องดูเรื่องตัวผู้สมัคร ส.ส. ต้องลงมาช่วยกัน พล.อ.ประวิตร ตั้งใจที่จะให้พรรค พปชร.เติบโตไปในทิศทางที่มากขึ้น มีการตั้งเป้าที่ 140-150 เสียง ตามที่หัวหน้าพรรคได้ดำริไว้ ในฐานะผู้อำนวยการพรรคก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ประสานงานกับรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อช่วยกันทำงาน ต้องทำให้เห็นว่า 140-150 เขต พรรค พปชร.ทำได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคพลังประชารัฐยังชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า มาพรรคพลังประชารัฐก็เพราะประเด็นนี้ คาดการณ์ว่าทุกคนในพรรค รวมถึงหัวหน้าพรรค ก็มีเจตจำนงและมีความต้องการในเรื่องนี้อยู่แล้ว ขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น
00ทาบชาติชายร่วมทีมศก.พรรค
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. ได้แต่งตั้งนายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมทีมเศรษฐกิจ เพื่อมาดูแลนโยบายเศรษฐกิจของพรรคว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ขณะนี้ พล.อ.ประวิตร อยู่ระหว่างทาบทามนายชาติชาย มาร่วมทีมเศรษฐกิจของพรรค คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาติชาย พยุหนาวีชัย เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการออมสิน คนที่ 16 เมื่อ ปี 2558-2561 โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
0จี้โฆษกพรรคตอบโต้เชิงรุก
รายงานข่าวจากที่ประชุมพรรค พปชร. เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นประธานในการประชุม โดยตอนหนึ่งในการประชุม พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้มีการปรับภาพลักษณ์การสื่อสารของพรรค พปชร.ให้ดีขึ้น โดยให้ ส.ส.ของพรรคช่วยสื่อสารกับประชาชนถึงสถานการณ์และผลงานของพรรคที่ยังมีความเป็นปึกแผ่น โดยมอบหมายให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการเลขาธิการพรรค รับไปดำเนินการปรับปรุงการสื่อสารของพรรคให้เป็นระบบ
รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุม ส.ส.ยังได้วิเคราะห์กันว่า ที่ผ่านมามีข่าวในเชิงลบของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองโจมตีพรรค พปชร.หลายครั้งแต่กลับไม่มีการตอบโต้หรือชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทีมโฆษกพรรค ขาดการสื่อสารทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน จนมีข่าวว่าพรรคฝ่ายตรงข้ามใช้พรรคพปชร.เป็นเป้าในการฝึกสื่อสารของบรรดานักสื่อสารให้กับพรรคการเมืองอื่น โดยบรรยากาศในการประชุมส.ส.ต่างอึดอัดใจกับการทำหน้าที่ของ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค พปชร.ที่ไม่ค่อยตอบโต้ทางการเมือง และยังไม่ช่วยในการสร้างภาพลักษณ์ทางการสื่อสารของพรรคได้ โดยมีความคิดพูดคุยในกลุ่มส.ส.อยากเสนอให้ปรับเปลี่ยนทีมโฆษกพรรคด้วย
00สภาจัดที่นั่งให้ศท.ติดพปชร.
ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งมีวาระสำคัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอ คือร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัยกรรม โดยการประชุมเป็นอย่างราบรื่น โดยในห้องประชุมรัฐสภา ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดที่นั่งและนำป้ายพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) มาตั้งไว้ให้กับ ส.ส.กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส
พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ศท. จำนวน 18 คน โดยที่นั่งของพรรค ศท.อยู่ติดกับที่นั่งพรรค พปชร. โดย ส.ส.บางส่วนมานั่งประจำที่แล้ว อาทิ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตนายทะเบียนพรรค พปชร. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน และนายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา แต่ไม่มี ร.อ.ธรรมนัส เข้าร่วมประชุมรัฐสภา นอกจากนั้น พบว่ามี ส.ส.ของพรรค พปชร. เข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.พรรค ศท.ด้วย
ธรรมนัสนำศท.ถกรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … ปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรค ศท. ได้เข้ามานั่งเพื่อร่วมประชุมร่วมรัฐสภา จากที่พ้นจากการกักตัวที่ จ.ภูเก็ต ภายหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยได้เข้ามานั่งที่เก้าอี้ของพรรค ศท. ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดเตรียมไว้ให้ โดยมี ส.ส.มานั่งเพิ่มจากเดิม อาทิ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หลังการปิดประชุมเวลา 17.03 น. ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าไปทักทาย ร.อ.ธรรมนัส และ ร.อ.ธรรมนัสได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ด้วย
พท.ไล่รบ.ส่องกระจกดูตัวเอง
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเหตุการณ์องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม ว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเวลาสภาล่ม ต้องโทษพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะธรรมเนียมปฏิบัติคนที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลรู้ดีว่า หลักการของการบริหารราชการในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติต้องทำอย่างไร เวลาพูดอะไรก็ขอให้นึกถึงตอนเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ใช่เวลาตัวเองไม่ได้ดั่งใจก็ตีโพยตีพาย ร้องแรกแหกกระเชอ ถือว่าไม่มีสปิริตการทำงานในซีกของรัฐบาล เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านจะต้องถ่วงดุล โดยการตรวจสอบองค์ประชุม
พวกเราไม่เคยขึ้นไปยื้อเก้าอี้ประธานสภา หรือเขวี้ยงแฟ้มไปที่บัลลังก์ประธานสภา และไม่เคยทำสิ่งใดที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเสื่อมเสีย สภาทุกที่ก็ทำกันแบบนี้ ดังนั้น จึงฝากไปยังแกนนำรัฐบาล การจะพูดอะไรช่วยส่องกระจกดูก่อน อย่าให้เด็กสมัยใหม่ที่กำลังเรียนรัฐศาสตร์หรือกฎหมาย สับสนกับการถ่วงดุลระบอบประชาธิปไตยในรัฐสภา นายจิรายุกล่าว
00จี้บิ๊กตู่มาฟังถลกม.152
นายจิรายุกล่าวต่อว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์นี้ ขณะนี้พรรค พท.ได้มีการหารือและจัดลำดับความสำคัญชัดเจนแล้ว ขอเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ มารับฟังการอภิปรายครั้งนี้ ขอให้มาครบทุกคน โดยเฉพาะวันอภิปราย เพราะถือเป็นการให้เกียรติสภา เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา เอ่ยชื่อบางคนมาก็ไม่รู้ว่าเป็นรัฐมนตรี ไม่ต้องบอกว่าเป็นรัฐมนตรีที่โลกลืมหรือไม่ เผลอๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประจำอยู่กระทรวงใด
ดังนั้น ช่วงเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พรรคฝ่ายค้านขอเชิญรัฐมนตรีทุกคนแถวตรงกันบนบัลลังก์ มารับฟังปัญหา การทุจริต การเอื้อประโยชน์พวกพ้อง และช่วยชี้แจง ไม่ใช่ว่าไม่ใช่เรื่องของกระทรวงตัวเองแล้วลงไปนั่งกินกาแฟ หรืออย่างน้อยก็เป็นการมาถ่ายรูปร่วมกันเป็นวาระสุดท้ายของรัฐบาล นายจิรายุกล่าว

