‘ปิยบุตร’ ชี้กรณี ‘ถวิล’ เข้าก้าวไกล เป็นการรวมคนหลายฝ่าย ไว้สู้กับโครงสร้างอยุติธรรม

9.02.22 | 16:20 น.

‘ปิยบุตร’ ชี้กรณี ‘ถวิล’ ย้ายเข้าก้าวไกล เป็นการรวมคนหลายฝ่าย-หลายสี ไว้สู้กับโครงสร้างอยุติธรรม 

จากกรณีที่ นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีตส.ส.หลายสมัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ประธานคณะกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลาออกพรรคประชาธิปัตย์ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลตลอดชีพ โดยยืนยันไม่ลงส.ส. แต่ขอทำเรื่องการกระจายอำนาจตามที่ตัวเองถนัด เพราะหลังเลือกตั้งปี 2562 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เน้นหนักที่จะทำเรื่องการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น


ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด (9 ก.พ.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ทวิตข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้

“เมื่อครั้งก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมเดินสายคุยกับนักวิชาการเรื่องกระจายอำนาจหลายคน เพื่อนำมาออกแบบนโยบาย ท่านหนึ่งบอกผมว่า หาพรรค และนักการเมืองที่จริงจังและสนใจเรื่องกระจายอำนาจได้น้อย ต้องยกชื่อเป็นคนๆ เขายกมา 3 ชื่อ ได้แก่ จาตุรนต์ ฉายแสง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถวิล ไพรสณฑ์

Advertisement

คณะก้าวหน้ากำลังเตรียมการรณรงค์เข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการแก้ปัญหาเรื่องกระจายอำนาจ ผมรับหน้าที่ยกร่าง จึงเดินสายคุยกับผู้รู้ ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ ข้าราชการ เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้มีโอกาสพบคุณถวิล ผมได้เสนอความคิดเรื่องนี้ หลายเรื่องเห็นตรงกัน

คุณถวิลบอกผมว่า สนใจและได้ยกร่างกฎหมายไว้หลายฉบับ นัดหมายว่า จะนำมาแลกเปลี่ยนกัน วันนี้ ผมพบคุณถวิลอีกครั้ง แกร่างรัฐธรรมนูญ แก้หมวด 14 มาให้ด้วย ผมอ่านแล้ว ไปในทางเดียวกับที่ผมร่างไว้ จึงชวนแกว่า หากเริ่มแคมเปญรณรงค์ ผมต้องการพลังของคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้จำนวนมากจากทุกฝ่าย

จึงขอชวนคุณถวิลมาร่วมรณรงค์ ให้ความรู้ เดินสายทั่งประเทศด้วยกัน และคณะก้าวหน้าเตรียมทำ academy ปั้นนักการเมืองท้องถิ่น จัดหลักสูตรอบรม ต้องมีผู้บรรยายจากหลายวงการ ผมก็ชวนแกอีก แกตอบรับยินดีร่วมทั้งสองงาน

ผมได้ยินชื่อถวิล ไพรสณฑ์ ตั้งแต่เป็นเด็ก สมัยนั้น เลือกเป็นพวงสามคน คุณถวิลนำทีมพร้อมด้วยคุณเธียร มโนหรทัต สมพัฒน์ กัลยาวินัย ลงเขตจอมทอง บางขุนเทียน ในนามพรรคพลังธรรม มาเจอกันปัจจุบัน แกยังดูสุขภาพแข็งแรงเดินเหิน สมองแล่น ไม่น่าเชื่อว่าอายุ 84 ปีแล้ว

ถ้าย้อนกลับไปดูทฤษฎีการเมืองชี้นำในการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมให้สัมภาษณ์หลายครั้ง (อยู่ในหนังสือ “การเมืองแห่งความหวัง” ขอแอบขายนิดนึง) จะทราบว่า เราต้องการเปลี่ยนคู่ขัดแย้งระหว่างประชาชนที่สนับสนุนสีเสื้อ พรรค ต่างกัน มาเป็นเป็นคู่ขัดแย้งระหว่าง “ประชาชน” กับ “ชนชั้นนำ”

คนที่เชียร์ต่างพรรค มีประเด็นที่ต้องการร่วมกันมากมาย เช่น ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปศาล สวัสดิการ ลดความเหลื่อมล้ำ ทลายทุนผูกขาด การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น แต่พอคิดเรื่องเชียร์คนละพรรค ก็ไม่อาจแสวงหาฉันทามติได้ เกิดเป็นความขัดแย้งในหมู่ประชาชนจนชนชั้นนำฉวยโกยผลประโยชน์ไปหมด

พรรคอนาคตใหม่ต้องการหลอมรวม “ประชาชน” ขึ้นใหม่เพื่อไปสู้กับ “ชนชั้นนำ” และทวงเอาประโยชน์ ทรัพยากร อำนาจ กลับมาไว้ที่ประชาชนคนส่วนใหญ่เจ้าของประเทศ ดังนั้น เราจึงเปิดรับทุกฝ่ายที่มีแนวคิดอุดมการณ์เดียวกันในภาพใหญ่ และมีเงื่อนไขขั้นต่ำต้องยึดมั่นคุณค่าพื้นฐานของพรรค

แน่นอน มีข้อผิดพลาด มี “งูเห่า” มีคนที่ละทิ้งเราไปอยู่ที่อื่น แต่ภาพใหญ่ ผมคิดว่า พรรคอนาคตใหม่ปฏิบัติภารกิจเปลี่ยนความคิดจิตใจคนได้อย่างมีนัยสำคัญ ดึงคนจากหลากหลายฝ่ายเข้ามาร่วมต่อสู้ในประเด็นใหญ่เชิงโครงสร้างด้วยกัน และแสวงหาคะแนนเสียงเพิ่มออกไปจาก “วง” เดิม

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขนานใหญ่จำต้องอาศัยคนที่เห็นด้วยกันจำนวนมาก การรณรงค์ทางการเมือง คือ การเปลี่ยนความคิดจิตใจคนให้คนมาร่วมกับเราเพิ่มขึ้น เรื่องกระจายอำนาจ คือ การปฏิรูปโครงสร้างรัฐและระบบราชการขนานใหญ่ เรื่องใหญ่แบบนี้ต้องอาศัยคนจำนวนมากเพื่อสร้างฉันทามติ

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณถวิล ตอบรับมาร่วมรณรงค์การกระจายอำนาจกับคณะก้าวหน้า นอกจากนี้ ยังสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลตลอดชีพ โดยไม่ขอลง ส.ส. แต่ขอทำงานเรื่องการกระจายอำนาจให้กับพรรคเพื่อผลักดันเป็นนโยบายต่อไป

ภารกิจขององค์กรทางการเมืองที่พวกเราเริ่มก่อตั้งขึ้นจากอนาคตใหม่มาก้าวหน้า/ก้าวไกล ยังคงต้องเดินหน้าหลอมรวมประชาชนขึ้นสู้กับกลุ่มคนไม่กี่คนที่กอบโกยประโยชน์และอำนาจ เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอันอยุติธรรมเสียใหม่

การหลอมรวมคนหลายฝ่ายในนามประชาชนคนส่วนใหญ่เพื่อสู้กับคน 1% ย่อมดีกว่า การเลี้ยงไข้รักษาความขัดแย้งในหมู่ประชาชนที่สนับสนุนต่างพรรคไว้ แต่ปล่อยให้ชนชั้นนำนักการเมืองได้เข้าไปแบ่งสันปันส่วนประโยชน์กับพวก 1%”