หน้าแรก การเมือง สภาล่มอีก ครั...

สภาล่มอีก ครั้งที่ 3 ของเดือน นับองค์ประชุมก่อนโหวต ฝ่ายค้านอัดฝ่ายรัฐบาลคนบางตา

10.02.22 | 15:43 น.

สภาล่มครั้งที่ 3 ของเดือน หลัง ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ ขอนับองค์ประชุม ประธานวิปฯถามหาความเหมาะสม หวั่นทำลายความมั่นคงสภา ด้าน ‘ชวน’ เอ่ยขอร้องให้ร่วมกันทำงาน เหตุเหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์ก่อนปิดสมัยประชุม

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ภายหลังที่ประชุมรับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2565 เสร็จสิ้นแล้ว นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า การรับฟังรายงานจำเป็นต้องมีองค์ประชุมอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ดังนั้น ตนขอตรวจสอบองค์ประชุม

จากนั้นได้นายชวนได้กดออดเรียกสมาชิกเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม แต่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า หากสมาชิกมีข้อสงสัย ตนก็มีข้อสงสัยเหมือนกัน ดังนั้น ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานรายชื่อ ทำให้นายชวนกล่าวว่า ตัวแทนผู้ควบคุมเสียงทั้งสองไม่คุยกันหน่อยหรือไม่ เพราะวาระวันนี้เป็นวาระเพื่อรับทราบของหน่วยงาน สมาชิกไม่ต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่ชอบ แต่ก็เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะตรวจสอบองค์ประชุม และถ้าทั้งสองฝ่ายยืนยันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ

ทำให้นายพิเชษฐ์ลุกขึ้นแจ้งว่า เมื่อมีญัตติซ้อนขึ้นมาก็น่าจะโหวตว่าเห็นด้วยกับการนับองค์แบบเสียบบัตรหรือขานรายชื่อ นายชวนชี้แจงว่า มีการเสนอให้นับองค์ประชุมซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกัน แต่วิธีการต่างกัน ตนจึงจะขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้นับองค์ประชุมด้วยวิธีใด

ขณะที่ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล หารือว่า การขอนับองค์ประชุมเวลาแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ และถือเป็นญัตติหรือไม่ เพราะตนเห็นว่าการนับองค์ประชุมไม่ได้เป็นญัตติ ดังนั้น ขอให้ประธานทบทวนคำหารือใหม่และใช้ดุลพินิจพิจารณา ถ้าเป็นการขอนับองค์ประชุมเพื่อป่วนสภาตนคิดว่าเป็นการทำลายความมั่นคงของสภา ผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา มาตรา 157

Advertisement

ทำให้นายพิเชษฐ์ลุกขึ้นประท้วง แต่นายชวนได้ขอให้พูดทีละคน นายนิโรธจึงสวนกลับนายพิเชษฐ์ว่า เอาแบบมีมารยาทหน่อยในสภา อย่าจริยธรรมตกต่ำให้มันมากนัก

นายชวนชี้แจงว่า เราปฏิบัติมาอย่างนี้จะไปเอาว่าเหมาะสมหรือไม่ไม่ได้ ถือว่าเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อเสนอให้ตรวจสอบประธานมีหน้าที่ให้ตรวจสอบ และการตัดสินใจของประธานต้องยึดข้อบังคับ ไม่สามารถเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ และขอร้องพวกเราว่ามีสิทธิที่จะกดบัตรแสดงตนหรือไม่แสดงตน แต่โดยหน้าที่ของเราประชาชนเลือกเราเข้ามาทำงาน ฉะนั้น เราต้องร่วมกันทำงาน สภาอีก 2-3 สัปดาห์เท่านั้นก็จะปิดสมัยประชุม หากมีทางใดที่เราจะร่วมกันทำงานในวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ มารอชี้แจงอยู่

นายพิเชษฐ์ลุกขึ้นโดยใช้สิทธิที่ถูกนายนิโรธพาดพิง พร้อมกล่าวว่า อยากให้ประธานวิปถอนคำพูดว่าการนับองค์ประชุมผิดรัฐธรรมนูญ ผิดอาญา นายนิโรธเป็นประธานวิป ไม่เข้าใจประเพณีของสภาหรือไม่ แต่นายชวนชี้แจงว่า ไม่ต้องถอนคำพูดเพราะไม่ได้กล่าวหาใคร เป็นความเห็นของผู้นั้นโดยเฉพาะ ถูกผิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และการตรวจสอบองค์ประชุมก็เป็นสิทธิของสมาชิก เมื่อเสนอให้ตรวจสอบก็ต้องอนุญาต ส่วนเหมาะสมหรือไม่ทุกคนโดยสามัญสำนึกรู้ว่าควรหรือไม่ควร แต่เมื่อเป็นสิทธิต้องยอมให้สิทธิ กระบวนการต้องว่าไปตามกฎเกณฑ์ของการประชุม

อย่างไรก็ตาม สมาชิกของฝั่งรัฐบาลได้พยายามขอร้องให้ผู้เสนอนับองค์ประชุมทั้งสองฝ่ายถอนญัตติออกไปเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสภา โดยนายชวนกล่าวเสริมว่า บางครั้งการใช้สิทธิพร่ำเพรื่อของสมาชิกจะทำให้สภาเสียหาย

ทำให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นมาตำหนิคำพูดของนายชวน โดยระบุว่า บางครั้งประธานก็ใช้คำพูดทำให้ฝ่ายค้านเสียหาย อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่ใช่พรรคแรกที่ขอนับองค์ประชุมลักษณะเช่นนี้ อดีตพวกตนก็เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านก็ขอนับองค์ประชุม แต่พวกตนที่เป็นฝ่ายค้านขณะนี้ก็ไม่มีพฤติกรรมรุนแรง ปาข้าวของ ลากเก้าอี้เหมือนฝ่ายค้านในอดีต วันนี้พวกเราไม่ประสงค์จะให้สภาล่ม แต่ที่ขอนับองค์ประชุมเพราะต้องการให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมาทำงานให้ครบ

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นชี้แจง ตนในฐานะที่เคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อน เคยขอนับองค์ประชุมก็จริง แต่จะขอนับก็ต่อเมื่อเป็นวาระที่สำคัญ หรือพบว่าเสียงข้างมากไม่ฟังเสียงข้างน้อย เป็นเผด็จการรัฐสภา เสียงข้างมากลากไป ไม่ใช่ขอนับองค์ประชุมแบบพร่ำเพรื่อ หรือจ้องแต่จะขอนับองค์ประชุมเพื่อให้สภาล่ม

จากนั้นนายชวนแจ้งว่า ขอแนะนำให้สมาชิกที่อยู่ในห้องกดบัตรเพื่อจะได้อยู่ห้องประชุม ถ้าเราใช้สิทธิอะไรพร่ำเพรื่อก็จะเสียหายต่อสภา และขณะนี้มีสมาชิก 225 คนแล้ว ตนขอเวลาอีกนิดเดียว ถ้าสมมุติว่ามันไม่ครบก็ต้องปิดประชุม แต่ไม่อยากให้งานของเราล้มเหลว เพราะยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง งานใดที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องช่วยกัน ทั้งนี้ แต่สุดท้ายองค์ประชุมมีเพียง 227 เสียง ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งต้องมีเสียง 237 เสียง ทำให้นายชวนต้องสั่งปิดการประชุมในเวลา 15.02 น. หลังจากใช้เวลาถกเถียงการนับองค์ประชุมนานถึง 30 นาที ซึ่งถือว่าสภาล่มเป็นครั้งที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ และครั้งที่ 17 ของสภาชุดนี้