สถานีคิดเลขที่ 12 : อีนุงตุงนัง โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

11.02.22 | 13:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : อีนุงตุงนัง ในแวดวงการเมือง มองเห็นตรงกัน

สถานีคิดเลขที่ 12 : อีนุงตุงนัง โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ในแวดวงการเมือง มองเห็นตรงกันว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเหนื่อยหนักอย่างมากในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงการเปิดสมัยประชุมสภาครั้งใหม่ พร้อมกับญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบมีการลงมติ

หมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ต้องเจอวิกฤตธรรมนัส วิกฤตเสียงฝ่ายรัฐบาลในสภาอย่างแน่นอน

จะมีเสียงโหวตไว้วางใจนายกฯพอหรือไม่

จึงเป็นไปได้มากที่อาจจะชิงยุบสภาก่อนเปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 พฤษภาคม

แต่ถ้าหากผ่านวิกฤตเสียงฝ่ายรัฐบาลในสภาช่วงเดือนพฤษภาคมไปได้ เช่น มีการปรับ ครม.เพื่อดึงพรรคเศรษฐกิจไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นทางออก

Advertisement

จากวิกฤตลูกนี้ ก็ยังหายใจหายคอไม่ได้เต็มที่

เพราะจะไปเจอวิกฤตลูกต่อไป คือ การยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ชี้ประเด็นตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 กำหนดไว้ว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี ไม่ได้

เป็นข้อกำหนดเพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจทางการเมืองยาวนานเกินไป

โดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ผลักดันเรื่องนี้มาตลอด พร้อมกับชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่สิงหาคม 2557 ภายหลังการยึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 นับนิ้วแล้วจะครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคมปีนี้

ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ก็คงจะต้องต่อสู้ในแง่ที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มใช้เมื่อปี 2560 ดังนั้นจะไปนับย้อนหลังถึงสิงหาคม 2557 ไม่ได้

อาจจะให้เริ่มนับการเป็นนายกฯตั้งแต่ปี 2560 แทน

หรืออาจจะขอให้นับการเป็นนายกฯเมื่อมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือ การเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562

สุดท้ายเรื่องนี้จะจบอย่างไร คงต้องขึ้นกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

แต่ว่ากันว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ผ่านวิกฤตตีความการเป็นนายกฯ 8 ปีไปได้ โดยสามารถอยู่ได้ยาวเกินกว่าสิงหาคม 2565

จะเกิดปัญหาพัวพันตามมา เหมือนจะยิ่งยุ่งกันเข้าไปใหญ่

นั่นคือ ประเด็นการยื่นหรือเปิดบัญชีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรี เมื่อดำรงตำแหน่งครั้งที่สองในปี 2562

เพราะไม่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเป็นนายกฯหนสอง ด้วยเหตุผลว่า ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินไปแล้ว เมื่อเป็นนายกฯครั้งแรก กรณีพ้นจากตำแหน่งการเมืองเดิม และเข้ารับตำแหน่งใหม่ภายใน 1 เดือน บุคคลนั้นไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

ประเด็นบัญชีทรัพย์สินเมื่อเป็นนายกฯหนที่สองนี่แหละ มีการตีความเพื่อผูกโยงว่า เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นการดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวเนื่องกัน จากปี 2557 จนถึงปี 2562

ถ้าสมมุติ พล.อ.ประยุทธ์ รอดพ้นเส้นตายที่ว่าครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคมนี้ไปได้

ก็เท่ากับสรุปว่าจะนับการเป็นนายกฯตั้งแต่สิงหาคม 2557 ไม่ได้

คราวนี้ประเด็นไม่เปิดบัญชีทรัพย์สินตอนเป็นนายกฯหนสอง ก็จะกลายเป็นผิดกฎหมาย ป.ป.ช.ไปหรือไม่ คงยื่นร้องตีความกันแหลกราญอีก

ดูแล้วยุ่งเหยิงอีนุงตุงนังจริงๆ