สถานีคิดเลขที่ 12 : อีนุงตุงนัง โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
ในแวดวงการเมือง มองเห็นตรงกันว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเหนื่อยหนักอย่างมากในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงการเปิดสมัยประชุมสภาครั้งใหม่ พร้อมกับญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบมีการลงมติ
หมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ต้องเจอวิกฤตธรรมนัส วิกฤตเสียงฝ่ายรัฐบาลในสภาอย่างแน่นอน
จะมีเสียงโหวตไว้วางใจนายกฯพอหรือไม่
จึงเป็นไปได้มากที่อาจจะชิงยุบสภาก่อนเปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 พฤษภาคม
แต่ถ้าหากผ่านวิกฤตเสียงฝ่ายรัฐบาลในสภาช่วงเดือนพฤษภาคมไปได้ เช่น มีการปรับ ครม.เพื่อดึงพรรคเศรษฐกิจไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นทางออก
จากวิกฤตลูกนี้ ก็ยังหายใจหายคอไม่ได้เต็มที่
เพราะจะไปเจอวิกฤตลูกต่อไป คือ การยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ชี้ประเด็นตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 กำหนดไว้ว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี ไม่ได้
เป็นข้อกำหนดเพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจทางการเมืองยาวนานเกินไป
โดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ผลักดันเรื่องนี้มาตลอด พร้อมกับชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่สิงหาคม 2557 ภายหลังการยึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 นับนิ้วแล้วจะครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคมปีนี้
ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ก็คงจะต้องต่อสู้ในแง่ที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มใช้เมื่อปี 2560 ดังนั้นจะไปนับย้อนหลังถึงสิงหาคม 2557 ไม่ได้
อาจจะให้เริ่มนับการเป็นนายกฯตั้งแต่ปี 2560 แทน
หรืออาจจะขอให้นับการเป็นนายกฯเมื่อมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือ การเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562
สุดท้ายเรื่องนี้จะจบอย่างไร คงต้องขึ้นกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
แต่ว่ากันว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ผ่านวิกฤตตีความการเป็นนายกฯ 8 ปีไปได้ โดยสามารถอยู่ได้ยาวเกินกว่าสิงหาคม 2565
จะเกิดปัญหาพัวพันตามมา เหมือนจะยิ่งยุ่งกันเข้าไปใหญ่
นั่นคือ ประเด็นการยื่นหรือเปิดบัญชีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรี เมื่อดำรงตำแหน่งครั้งที่สองในปี 2562
เพราะไม่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเป็นนายกฯหนสอง ด้วยเหตุผลว่า ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินไปแล้ว เมื่อเป็นนายกฯครั้งแรก กรณีพ้นจากตำแหน่งการเมืองเดิม และเข้ารับตำแหน่งใหม่ภายใน 1 เดือน บุคคลนั้นไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
ประเด็นบัญชีทรัพย์สินเมื่อเป็นนายกฯหนที่สองนี่แหละ มีการตีความเพื่อผูกโยงว่า เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นการดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวเนื่องกัน จากปี 2557 จนถึงปี 2562
ถ้าสมมุติ พล.อ.ประยุทธ์ รอดพ้นเส้นตายที่ว่าครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคมนี้ไปได้
ก็เท่ากับสรุปว่าจะนับการเป็นนายกฯตั้งแต่สิงหาคม 2557 ไม่ได้
คราวนี้ประเด็นไม่เปิดบัญชีทรัพย์สินตอนเป็นนายกฯหนสอง ก็จะกลายเป็นผิดกฎหมาย ป.ป.ช.ไปหรือไม่ คงยื่นร้องตีความกันแหลกราญอีก
ดูแล้วยุ่งเหยิงอีนุงตุงนังจริงๆ

