นายกฯหารือทวิภาคีกับนายกฯเกาหลีใต้ พร้อมลงนามความตกลง-บันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทร้พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือทวิภาคีกับนายฮวาง คโย-อัน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมคณะ อาทิ นาย Lim Sungnam ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นาย Lee Young ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนาย Shim Otaeg เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญว่า นายกฯกล่าวขอบคุณนายกฯเกาหลีใต้ที่เดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 (เอซีดี) และยินดีที่ทราบว่าการเดินทางมาครั้งนี้ เป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ซึ่งนายกฯได้ฝากความระลึกถึงและคำขอบคุณไปยังประธานาธิบดีปัก กึน-ฮเย ของเกาหลีใต้ที่ให้ความสำคัญกับเอซีดีและได้มอบหมายให้นายกฯเกาหลีใต้เป็นผู้แทนมาร่วมประชุมฯ พร้อมกล่าวย้ำคำเชิญประธานาธิบดีปัก กึน-ฮเย เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร
พล.ท.วีรชนกล่าวต่อว่า ด้านนายกฯเกาหลีใต้ยินดีกับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-เกาหลีใต้ที่มีพัฒนาการหลายด้าน และกล่าวขอบคุณที่รัฐบาลไทยให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมชื่นชมรัฐบาลไทยที่ประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมเอซีดี ด้านการค้าและการลงทุน ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการรื้อฟื้นกลไกการประชุมการค้าร่วม (เจทีซี) โดยเร็วที่สุดเพื่อหาแนวทางในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันและแก้ไขปัญหาตัวเลขการค้าระหว่างกันที่ชะงักมาแล้วกว่า 5 ปี รวมถึงหารือถึงการดำเนินการเพื่อเปิดตลาดนำเข้าไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งจากไทยไปยังเกาหลีใต้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้เร่งรัดสรุปการจัดทำบลูปริ้นแผ่นแม่บทข้อริเริ่มทางความร่วมมือเศรษฐกิจไทย – เกาหลีใต้ ซึ่งจะกำหนดทิศทางในการดำเนินความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ระยะเวลา 5 ปี โดยขอให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเร่งจัดทำร่างบลูปริ้นให้เสร็จ
“ไทยและเกาหลีใต้ต่างยินดีกับการจัดตั้งคณะทำงานร่วมในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวง จ.หนองคายและอุดรธานี ซึ่งเกาหลีใต้จะให้ความร่วมมือด้านเทคนิคในการบริหารจัดการน้ำในโครงการดังกล่าว นายกฯเกาหลีใต้หวังว่าโครงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำของทั้งสองประเทศต่อไป นอกจากนี้นายกฯยังสนับสนุนเกาหลีใต้ในการศึกษาเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก แม่สอด – มุกดาหาร รวมทั้งยินดีที่เกาหลีใต้สนใจลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการดาวเทียม THEOS-2 รวมถึงพิจารณาการใช้ยางพาราจากไทย” พล.ท.วีรชนกล่าว
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ในความร่วมมือด้านการศึกษา ผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่ภายหลังจากการหารือ ไทยและเกาหลีใต้จะมีการลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ด้านการศึกษาระหว่างกัน โดยนายกฯกล่าวว่าเอ็มโอยูดังกล่าวเป็นการยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาและแลกเปลี่ยนบุคลากร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ โดยนายกฯยินดีที่เกาหลีใต้มีส่วนกับการปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้ และแสดงความประสงค์ให้เกาหลีใต้ให้ความสนใจและผลักดันให้เอกชนเกาหลีใต้ในไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรทางด้านอาชีวะศึกษาของไทยด้วย ส่วนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว นายกฯยินดีที่นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยจำนวน 1.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 22 จากปีก่อนหน้า ผู้นำทั้งสองฝ่ายหวังว่า ไทยและเกาหลีใต้จะร่วมมือกันส่งเสริมให้ประชาชนของทั้งประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน รวมถึงเพิ่มเส้นทางการบินระหว่างกันให้มากขึ้นเพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหาสู่กันมากยิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ นายกฯเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยจะดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่มาท่องเที่ยวในไทยเป็นอย่างดี
” ไทยและเกาหลีใต้ยังหารือถึงสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี โดยนายกฯยืนยันว่า รัฐบาลไทยมีความกังวลเช่นกันในเรื่องการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความสงบสุขต่อภูมิภาคเอเชียและต่อโลก ไทยจึงยินดีปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่งคงแห่งสหประชาชาติในการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ” พล.ท.วีรชนกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการหารือนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ ที่โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ดังนี้ 1.ความตกลงในการต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบรางไทย – เกาหลีใต้ ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกับเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย และเป็นการต่ออายุความร่วมมือในการพัฒนาระบบรางของไทยผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเกาหลีใต้ 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาไทย – เกาหลีใต้ ซึ่งลงนามโดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการของทั้งสองฝ่าย มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร งานวิจัยระหว่างกัน รวมทั้งพัฒนาระบบอาชีวศึกษาของไทยผ่านการฝึกอบรมโดยเกาหลีใต้

