คอลัมน์หน้า 3 : เส้นทาง อนาคต ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่าน ‘โบ้ เสกสกล’
การออกมายอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกรุกไล่ กดดันอย่างรอบข้าง อาจเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
แต่ที่รุนแรงถึงระดับถูก “บีบไข่”
เป็นเรื่องที่ไม่เพียงแต่จะต้อง 1 ทำ ความเข้าใจต่อบทบาทและความหมายของ “ไข่” หากยังขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนระบุ
ในเมื่อคนที่พูดเป็น นายเสกสกล อัตถาวงศ์
สังคมย่อมต้องล้างหูน้อมรับฟัง เนื่องจากสถานะของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ มีความใกล้ชิดกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นพิเศษ
เพราะเป็นกรรมการ “ผู้ช่วย” นายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน ภาระหน้าที่ล่าสุดที่ประกาศตนและออกปฏิบัติการ คือ การฟื้นพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อรองรับให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่ย่อมเป็นความพิเศษของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์
เพียง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ออกมายืนยันสถานการณ์ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบจากการถูก “บีบไข่”
ก็ประจักษ์แล้วว่า หนักหนา สาหัส
ที่หนักหนาอย่างสาหัสสุดๆ สถานการณ์ “บีบไข่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจากบทบาทของพรรคพลังประชารัฐ
ที่เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “นายกรัฐมนตรี”
นี่จึงไม่เพียงแต่ตอกย้ำสถานการณ์การบดเขี้ยวตั้งแต่ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจในเดือนกันยายน 2564
หากแต่ตามมาด้วยสถานการณ์ “ปลด”
หากแต่ตามมาด้วยสถานการณ์การเล่นละครทางการเมืองด้วยมติ “ขับ” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 20 ส.ส.ออกจากพรรคพลังประชารัฐ
กลายมาเป็นบทเพลง “อย่ายอมแพ้” กระหึ่ม “ทำเนียบรัฐบาล”
บทบาทของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ในห้วงรอยต่อระหว่างเดือนมกราคมกับเดือนกุมภาพันธ์ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างสูง
สำคัญจาก “สภาพ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบ
นั่นก็คือ สถานการณ์ “บีบไข่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐอันก่อความหงุดหงิด ความไม่ไว้วางใจ
กระทั่ง ต้องฟื้น “พรรครวมไทยสร้างชาติ”
กระทั่ง จำเป็นต้องมอบความไว้วางใจให้กรรมการผู้ช่วยนายกรัฐมนตรี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ต้องเล่นบท
ในการสร้างแนวรบขึ้นต่อสู้
น่าเศร้าก็ตรงที่เป็นการต่อสู้กับพวกเดียวกัน
1 ต่อสู้กับพรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 1 ต่อสู้กับการประท้วงในแบบอารยะขัดขืนของพรรคภูมิใจไทยที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล
กลายเป็นอาการ “ขื่นลึก” ในทาง “การเมือง”
จึงเด่นชัดยิ่งว่าสถานการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้อยู่ในฐานะ “รุก” หากแต่ตกอยู่ใน
ฐานะเป็นฝ่าย “รับ”
จนต้องร้องเพลง “อย่ายอมแพ้”
และหากดูจากสถานการณ์ “บีบไข่” ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นเพลง “ถอยดีกว่า” ตามคำชี้แนะของ อ้อม สุนิสา
เพราะตกอยู่ในสถานการณ์เสื่อมทรุด ตกต่ำลงเป็นลำดับ

