“จุรินทร์” ถกเอกชนเร่งฟื้นการค้าไทย-ซาอุฯ ชู 5 มาตรการเจาะตลาด
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยือนประเทศซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการในรอบ 32 ปี และฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันอีกครั้ง โดยสั่งให้หน่วยงานต่างๆ เร่งประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้เห็นผลใน 2 เดือน
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมหารือกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับซาอุ
นายจุรินทร์กล่าวหลังการหารือว่า กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเห็นร่วมกันว่าจะกำหนด 5 มาตรการ ในการบุกตลาดซาอุฯให้เป็นรูปธรรม คือ 1.กระทรวงพาณิชย์จับมือกับกระทรวงการต่างประเทศเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย (Joint Trade Committee:JTC) เพื่อเป็นเวทีเจรจาการค้าระหว่างกันอย่างเป็นทางการ และจะนำไปสู่การจัดทำเอฟทีเอระหว่างกันต่อไปในอนาคต 2.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างไทยกับซาอุฯ โดยประเทศไทยจะจัดคณะภาครัฐและภาคเอกชนไปเจรจาการค้ากับซาอุฯ และทางซาอุฯจะจัดคณะมาเยือนไทยเพื่อทำการค้ากับประเทศไทย
นายจุรินทร์กล่าวว่า 3.ให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นผู้จัดทำกิจกรรมต่างๆ ในการส่งเสริมสินค้าและบริการของไทยในตลาดซาอุฯในทุกรูปแบบ ทั้งเอ็กซิบิชั่นต่างๆ รูปแบบเจรจาจับคู่ธุรกิจและรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เกิดการซื้อขายระหว่างกัน 4.กระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาให้ข้อมูลและให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องตลาดซาอุฯให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี และ 5.กระทรวงพาณิชย์จะจัดทำระบบข้อมูลตลาดซาอุฯเชิงลึกโดยร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และอื่นๆ เตรียมข้อมูล รวมทั้งเตรียมศึกษากฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้ภาคเอกชนรับรู้
“มอบให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นเจ้าของเรื่อง ติดตามประสานงานกับทุกหน่วยงาน และให้บรรจุเป็นวาระในการประชุม กรอ.พาณิชย์ ครั้งต่อไป เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้รายงานผลที่เป็นรูปธรรม คาดหวังตัวเลขการส่งออกของไทยไปซาอุฯจะเพิ่มได้อีก 6.2% เป็นอย่างน้อยในปี 2565″นายจุรินทร์กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ปี 2564 ไทยส่งออกไปซาอุฯ 51,500 ล้านบาท โดยไทยนำเข้าจากซาอุฯ 181,500 ล้านบาท สินค้าที่ไทยนำเข้าที่สำคัญ คือ น้ำมัน ทำให้ไทยขาดดุลกับซาอุฯกว่า 130,000 ล้านบาท สินค้าเป้าหมายหลักที่จะทำตลาดในซาอุฯ มี 3 หมวด ได้แก่ 1.สินค้าเกษตร เช่น อาหาร ข้าว ไก่สด ผลไม้ เนื้อปลา กาแฟ ขนมจากน้ำตาล อาหารปรุงแต่งจากธัญพืช อาหารสัตว์เลี้ยง ซอสปรุงรส 2.สินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์และอุปกรณ์รถยนต์และชิ้นส่วน ยางรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ 3.ภาคบริการ เช่น โรงพยาบาลหรือบริการทางการแพทย์ โรงแรมและกิจกรรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
“สินค้าที่จะมีอนาคตในการบุกตลาดได้ เช่น ข้าว ซึ่งซาอุฯจะเป็นอีกหนึ่งตลาดในอนาคต เพราะนำเข้าข้าว 100% จำนวน 1.2-1.6 ล้านตัน เนื่องจากไม่ได้ปลูกข้าวในประเทศ โดยนำเข้าจากอินเดีย 80% ที่เหลือจากปากีสถาน สหรัฐ เวียดนาม และไทย แต่นำเข้าจากไทยเพียงแค่ 2% เท่านั้น จึงมองเป็นโอกาสในการบุกตลาดข้าวที่ซาอุฯ”นายจุรินทร์ กล่าว
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยไม่ได้ทำการค้ากับซาอุฯมานาน เพราะไม่สามารถเดินทางไปซาอุฯได้ เนื่องจากยังมีข้อติดขัดมากมาย หากภาครัฐสามารถปลดล็อกได้ จะช่วยเร่งรัดการส่งออกด้วยดี สำหรับข้าวไม่น่าห่วง โดยซาอุฯต้องการแรงงานประมาณ 200,000 คน เมื่อคนไทยไปทำงานก็ต้องบริโภคข้าวอยู่แล้ว นอกจากนี้ การค้าการลงทุนการท่องเที่ยว ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ หอการค้าไทยจะทำเรื่องการลงทุนและการท่องเที่ยวไปหารือด้วย

