ชง ครม.เคาะแพคเกจสู้น้ำมันแพง-จ่อลดภาษีดีเซล-รถบรรทุกเบรกขึ้นค่าขนส่ง
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอมาตรการเพิ่มเติม รวมถึงการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อรับมือกับภาวะน้ำมันแพงให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการลดค่าครองชีพแบ่งเบาภาระประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งรัฐบาลตรึงราคาไว้ที่ 30 บาทต่อลิตรอยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเพิ่มเติม ทางกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการทั้งหมด เพื่อนำเสนอ ครม.พิจารณา คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า (วันที่ 15 กุมภาพันธ์) จะเสนอให้อนุมัติได้
“มาตรการที่กระทรวงพลังงานจะเสนอนั้น มีมาตรการเรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมันด้วย ส่วนจะปรับลดในอัตราเท่าใด ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน ขณะเดียวกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องบริหารจัดการเงินที่มีอยู่ รวมถึงเงินกู้ ที่สามารถกู้มาเพื่อบริหารจัดการได้ถึง 2 หมื่นล้านบาท ส่วนวงเงินจะเพียงพอต่อการพยุงราคาน้ำมันหรือไม่นั้น ก็ต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพราะราคาน้ำมันมีขึ้นและมีลง” นายอาคมกล่าว
นายอาคมกล่าวว่า หากการใช้เงินของกองทุนน้ำมันเต็มเพดานแล้ว อาจพิจารณาจากแหล่งเงินอื่นๆ มาช่วยเยียวยา ได้แก่ เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งต้องไปดูวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.กู้เงิน สามารถใช้ได้หรือไม่ ส่วนเงินงบประมาณ ก็ต้องพิจารณาว่าจะใช้เงินจากส่วนใด มาเยียวยาและตรึงราคาน้ำมันดีเซล
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า การช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซล โดยการลดภาษีน้ำมันสรรพสามิตนั้น ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่สิ่งที่ทำได้เลยคือการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะที่ผ่านมากองทุนเคยติดลบถึง 7 หมื่นล้านบาท หากใช้หนี้กลับไปหมด สถานะเงินในกองทุนก็จะเติมกลับเข้ามาได้ ซึ่งมีทั้งบวกและลบ คือเมื่อต้องการใช้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาราคา ก็สามารถปล่อยให้สถานะติดลบได้ เมื่อราคาน้ำมันดิบถูกลง ก็จัดเก็บเงินกลับเข้ากองทุนเพื่อมาใช้หนี้ของกองทุนได้ แต่หากเลือกใช้การลดภาษีสรรพามิตน้ำมัน จะส่งผลต่อรายได้ของรัฐบาลเงินส่วนนี้จะหายไปเลย ถ้าลดภาษีน้ำมันดีเซลลง 1 บาทต่อลิตร จะสูญเสียรายได้เดือนละ 2 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลอยู่ที่อัตราลิตรละ 5.95 บาท
“หากสถานะการเงินของกองทุนยังสามารถดำเนินการได้ ควรใช้กองทุนก่อน เพราะในอนาคตยังไม่ทราบว่าราคาน้ำมันดิบจะสูงขึ้นมากน้อยเพียงใด เช่น หากตอนนี้ลดภาษีน้ำมันให้ 5 บาทต่อลิตร แต่หลังจากนั้นราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสูงถึง 130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รัฐบาลไทยอาจไม่มีเครื่องมืออะไรเข้าไปช่วยพยุงราคาน้ำมันเลย และถ้าต้องการตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้เหลือ 25 บาทต่อลิตร ก็ต้องใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน” แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลรับฟังข้อเสนอของสหพันธ์ และมีแนวโน้มจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง เป็นสิ่งที่พอยอมรับได้ ทางสหพันธ์จะรอดูสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่ง
“ดังนั้น ผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์กว่า 4 แสนคัน ที่จะปรับขึ้นค่าขนส่ง 20% พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นั้น ก็จะชะลอออกไปก่อน หาก ครม.มีมติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง จะทำให้วิกฤตห่วงโซ่อุปทานคลี่คลายลงได้ และทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้” นายอภิชาติกล่าว

