ความขัดแย้ง ‘รัฐบาล’ ยังไม่แตกหัก ดำรงอยู่ในขั้นเจรจาและต่อรอง
ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ 59 ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ 21 ส.ส.จากพรรคเศรษฐกิจไทย ดำเนินไปในกระบวนท่าของการสำแดงพลังเพื่อต่อรอง
เป้าหมายแรกสุดเป็นการต่อรองเพื่อสำแดงบทบาทและความ หมายของตน
เป้าหมายต่อมาเพื่อ ‘เอาตัวรอด’ ภายใต้สถานการณ์แหลมคม
หากมองจาก 59 ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยก็ต้องยอมรับว่าสัญญาร่วมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งสัมพันธ์กับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มดำรงอยู่อย่างซับซ้อนทางทางผลประโยชน์
ไม่เพียงแต่ไม่มีหลักประกันในเรื่องอัตราค่าโดยสารที่มีแต่สูงขึ้น หากที่สำคัญเป็นอย่างสูงก็คือ หนี้สินที่กรุงเทพมหานครได้ก่อขึ้นซึ่งหมักหมมสะสมอย่างยาวนานจะกลายเป็น ‘เผือกร้อน’ ทางการเมือง
ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับ 21 เสียงจากพรรคเศรษฐกิจไทยก็ต้องยอมรับว่ามาตรการ ‘ขับ’ เสมอเป็นเพียงการเล่นละครเพื่อโอกาส ที่จะตามมาในทางการเมือง
เยื่อใยที่มีอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังคงเหนียวแน่น
การที่ส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย ส่วนหนึ่งของพรรคเศรษฐกิจไทยไปโหวตให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยฝ่ายค้าน ในที่สุดก็มิได้มีผลชี้ขาดการอยู่หรือการล่มของรัฐบาลแต่อย่างใด
เป้าหมายอย่างแท้จริงไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเศรษฐกิจไทยมิได้อยู่ที่ฝ่ายค้าน หากแต่อยู่ที่รัฐบาล
การได้รับความสนใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่างหากคือความสำคัญ และเป็นความสัมพันธ์ที่ยึดโยงทั้งต่อพรรคภูมิใจไทยและพรรคเศรษฐกิจไทย
ยิ่งสัมผัสถึงแนวโน้มการเปลี่ยนชื่อพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นพรรคร่วมใจไทยชนะ ยิ่งประจักษ์ว่าเป้าหมายแท้จริงของกลุ่ม ร.อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงอยู่อย่างไร
จึงเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า นับแต่มาตรการ ‘ขับ’ เมื่อวันที่ 19 มกราคม กระทั่งการประท้วงของ 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เสมอเป็นเพียงการสำแดงกำลัง
เป้าหมายอย่างแท้จริงคือ ‘การต่อรอง’ มิได้เป็น ‘การแตกหัก’
คำถามอยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสนองรับกับการต่อรองของพรรคภูมิใจไทย พรรคเศรษฐกิจไทย แค่ไหน อย่างไร
การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงบ่งชี้อนาคตได้

