“บิ๊กตู่”กลับเมืองชลถิ่นทหารเสือ เปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ก่อนเยี่ยมชมตลาดแม่บ้าน ยืนยันเข้ามาเป็นผู้นำไม่สร้างความแตกแยก แบ่งพรรคพวก โวเป็นรัฐบาลที่โปร่งใส ยึดกฎหมายและประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอชาวบ้านหากมี ขรก.เรียกรับเงินให้แจ้งทันที
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ออกเดินทางจากสนามบินเฮลิคอปเตอร์ ร.1 พัน 1 รอ. ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (ร.21 รอ.) ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี
ต่อมาเวลา 08.30 น. ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาบรมราชินีนาถ ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันเพื่อสวัสดิการของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยอาคารแห่งนี้จะเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ให้เข้ามาศึกษา พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถและเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการตามพระราชดำริโดยนำผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากทั่วประเทศมาวางจำหน่าย โดยการออกแบบอาคารเป็นตัวอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก. เพื่อสื่อสัญลักษณ์ถึงพระราชดำรัส ที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งกับผู้ที่มาต้อนรับ ว่า ครั้งนี้ถือว่าได้กลับมาที่บ้านเก่าเพราะอยู่ที่นี่มาเกือบ 20 ปี มาวันนี้ในฐานะนายกฯซึ่งต้องการเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ตอนนี้เข้ามาเป็นผู้นำ ก็ต้องอดทนก็เค้าบอกว่าเข้ามาเป็นนักการเมืองแล้วแต่การที่ตนเข้ามายืนยันว่าจะไม่สร้างความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพวก
” วันนี้ผมต้องอดทน ก็เขาบอกว่าผมเป็นนักการเมืองแล้วแต่ก็ยังมีบางคนที่ไปแปลเจตนาผิด ผมขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันและเดินไปพร้อมๆกัน เราต้องเดินก้าวผ่านไปให้ได้ผมเข้ามาก็เพื่อปลดกับดักต่างๆ ไม่ให้กลับไปอยู่ที่เดิม หรือปัญหาแบบเดิมๆ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่กลไกรัฐบาลและองคาพยพที่ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม วันนี้เราอย่ามองแค่พรรคพวกตัวเองไม่เช่นนั้นประเทศจะเดินต่อไปไม่ได้เราต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับโลก” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกวันนี้เราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น ล่าสุดเกาหลีก็ยืนยันว่าพร้อมเข้ามาลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว วันนี้นโยบายรัฐบาลคือทำให้ทุกภาคส่วนตั้งแต่รัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์กรปกครองท้องถิ่น เป็น 4.0 คือก้าวเดินไปครั้งหน้า ถึงจะก้าวสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สากล วันนี้ก็ต้องขอโทษที่บางอย่างหลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งคงต้องโทษที่ตนที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ทุกปัญหารัฐบาลนี้พยายามที่จะแก้ไขและปรับปรุงโดยใช้กฎหมายที่มีอยู่แต่จะใช้อำนาจอย่างเดียวไม่ได้คงต้องใช้ความร่วมมือจากทุกๆฝ่าย ตนต้องขอโทษ แต่สิ่งที่ทำก็เพื่อคนส่วนใหญ่ก็จะมีคนส่วนน้อยที่เดือดร้อน โดยเฉพาะไอ้คนที่ชอบพูดข้างนอก แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีใครเดือดร้อนอะไรกับสิ่งที่รัฐบาลทำ เราจะใช้อำนาจหรือใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่ายด้วย รัฐบาลนี้ยืนยันว่าเราใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลางรัฐบาลนี้ใช้กฎหมายทุกทุกฉบับที่มีเพราะจะใช้อำนาจอย่างเดียวก็คงไม่เกิดผลเราต้องทำให้เกิดความชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการเข้าใจผิดการบิดเบือนโดยเฉพาะในโลกโซเชียลได้ตลอดเวลา เราต้องพิจารณาให้เกิดความชัดเจนถ่องแท้ ต้องดูที่ตัวกฎหมายว่ามีเนื้อหาบัญญัติไว้ว่าอย่างไรถ้ากฎหมายมีเราก็ลงโทษไปตามความผิดแต่ถ้ากฎหมายไม่มีก็ต้องรอกฎหมายใหม่

“รัฐบาลนี้ทำทุกอย่างโปร่งใส นำข้อมูลข้อเท็จจริงทุกทุกอย่างขึ้นเว็บไซต์เอง ไม่มีใครมาบังคับโดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆตัวเลขทั้งหมดรัฐบาลนี้ก็นำลงเว็บไซต์เพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจน ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีใครเคยทำ แต่แทนที่จะได้รับความไว้วางใจกลับมาต่อว่ากันไม่รู้ว่าดูจากอะไร วันนี้อะไรผิดเราก็ว่าไปตามผิด ทำอะไรไม่ดีก็ติติงต่อว่า แต่ถ้าอะไรดีก็พูดให้ผมบ้าง ไม่เช่นนั้นคนทำงานก็หมดกำลังใจ รัฐบาลชุดนี้ทำงานโดยเน้นหลักความโปร่งใส เพราะฉะนั้นในขณะที่รัฐบาลนี้ยังคงทำหน้าที่อยู่ขอให้แจ้งมาทันทีว่าประชาชนต้องเสียเงินตรงจุดไหน ผมแก้ให้เพราะได้ประกาศไปแล้วทั้งหมดแต่ยอมรับว่าอาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้างเนื่องจากบางคนยังเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ ศูนย์ดำรงธรรมพร้อมรับแจ้งทุกเรื่องประชาชนไปติดต่อราชการ ทำทะเบียนบ้าน แต่ต้องเสียเงินหรือถูกเรียกพิเศษขอให้แจ้งมารวมทั้งการตรวจแบบสร้างบ้านทุกอย่างไม่ต้องเสียงเงิน ข้าราชการมีหน้าที่ต้องบริการประชาชน มีกฎหมายรองรับ ขณะเดียวกันประชาชนก็อย่าเอาเงินไปให้กับข้าราชการเหล่านั้น เช้าวันเดียวกันนี้ผมเองไม่สบายใจเห็นภาพข่าวมีลูกไปนั่งด่าพ่ออยู่หน้าบ้านประมาณ 5 นาทีไม่รู้ว่าจะถ่ายทำไม มันทำให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังเสื่อม หรือกรณีเผยแพร่ภาพคนเมาทำผิดกฎจราจรแต่ด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสียหายเสียศักดิ์ศรี วันนี้ผมให้ตำรวจทำหน้าที่อย่างเต็มที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชน ประชาชนเองก็ต้องไว้ใจตำรวจจะได้ลดความขัดแย้ง ใช้แต่หลักกฏหมายหลักสิทธิมนุษยชนก็ขัดแย้งกันไม่รู้จบ ทุกอย่างในช่วงการเปลี่ยนแปลงจะต้องลดลงบ้างในบางเรื่องหรือเพิ่มในบางเรื่องจะได้ลดความขัดแย้งเราจะใช้กฎหมายกล่องอย่างเดียวไม่ได้ต้องใช้ความร่วมมือควบคู่กันไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าไม่อยากให้มีปัญหาอะไร ไปไหนมาไหน ก็ไม่ต้องพูดอะไรเลยอยู่เฉยๆ เดี๋ยวก็มีการเลือกตั้ง แต่ปัญหาก็จะกลับมาเหมือนเดิม ตนเองไม่ต้องการไปทะเลาะกับใคร วันนี้ขอให้เห็นใจตนบ้าง รักน้อยๆ แต่ขอให้รักนานๆ ตนไม่ได้ต้องการให้ทุกคนมารักทั้งหมดเพราะต่างคนก็ต่างมีความคิด

“ทุกอย่างผมไม่ได้รังแกใคร ไม่ได้รังแกนักการเมืองไม่เคยคิด แต่ทั้งหมดคือหน้าที่ของผม คือการนำทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คดีเกิดตรงไหนก่อนผมก็เอาคดีที่มันเกิดอยู่แล้วขึ้นมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาไม่ทำกัน ไม่ทำตามหน้าที่ของทุกคน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าสาเหตุเพราะอะไร ผมกลับมาที่ร.21 ถือว่าได้กลับมาบ้านเพราะผมอยู่มาเกือบ 20 ปี” นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นได้มีบรรดาแม่บ้านตะโกนว่ามาแป้ปเดียวยังไม่หายคิดถึงอย่าพึ่งกลับได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวติดตลกว่า “ถ้ายังไม่หายคิดถึงก็ขอให้ดูรายการคืนความสุขให้คนในชาติในวันศุกร์แทน ไม่ใช่วันศุกร์ก็ดูกันแต่ละครแล้วจะหายคิดถึงได้อย่างไร ในรายการที่พูดนั่นคือวิธีการที่ตนส่งใจให้กับทุกคน และพยายามจะพูดภายใน 1 ชั่วโมง แต่บางครั้งแค่ 20 นาทีก็ยังไม่ดูไม่ฟังกันเลย แต่ปากหวานเพื่อให้ตนมีกำลังใจ การที่ตนพูดก่อนละครนั้นทำให้ได้อารมณ์ถ้าพูดหลังแล้วมันไม่ค่อยได้อารมณ์ เนื่องจากตนเป็นคนโรแมนติกพอสมควร ละครวันศุกร์รอไว้ดูในยูทูปก็ได้ขอให้ฟังตนพูดก่อน ขอวันศุกร์วันเดียว จะได้ไม่ต้องมาคิดถึง เพราะหลายคนเองเขาก็เบื่อจะแย่แล้ว วันนี้ขอให้ตำรวจทหารและพลเรือนเดินไปตามรอยเท้าเดียวกัน จะได้ก้าวไปสู่จุดหมายเดียวกัน และขอให้ทุกคนร้องเพลง รักกันไว้เถิด แผ่นดินของเราและอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ทุกวันนี้ผมสวดมนต์ถวายทุกวัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ผูกใบโพธิ์ถวายพระพรที่ต้นจงรักและต้นภักดี เยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆรวมทั้งได้ ก่อนจะทำพิธีเปิดปั้มน้ำมันปตท.ค่ายนวมินราชินี ที่ปรับปรุงใหม่ พร้อมกดหัวจ่ายน้ำมันให้กับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน 5 กช 8194 กรุงเทพมหานครเป็นปฐมฤกษ์ ก่อนที่จะพบปะบรรดาครอบครัวนายทหารที่มารอต้อนรับ ซึ่งต่างส่งเสียงให้สู้สู้ พร้อมเยี่ยมชมตลาดที่ให้กลุ่มแม่บ้านกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์นำสินค้ามาวางจำหน่ายในบริเวณใกล้เคียง

