หน้าแรก การเมือง กกต.จับมือ5หน...

กกต.จับมือ5หน่วย เดินหน้าเลือกตั้งนอกประเทศ นำร่อง’ญี่ปุ่น นอร์เวย์ จอร์แดน’

12.10.16 | 16:32 น.

“กกต.” จับมือ 5 หน่วยงาน ทำ MOU พัฒนาระบบลงคะแนนนอกราชอาณาจักร (I-Vote) นำร่อง “ญี่ปุ่น นอร์เวย์ จอร์แดน” เชื่อหลัง 5 ปีคนไทยต่างประเทศโหวตทางเน็ตได้ทุกคน


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดทำระบบการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (I-Vote) โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายบุญส่ง น้อยโสภณ และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.เข้าร่วมในพิธีลงนามครั้งนี้ ซึ่งในการนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. รักษาการแทนเลขาธิการ กกต.เป็นตัวแทนของสำนักงาน กกต.ในการลงนามความร่วมมือกับตัวแทนของหน่วยงานอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, นายวราวุธ ชูวิรัช อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ, นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และนางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความร่วมมือการจัดทำระบบการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (I-Vote) จะนำร่องใช้ระบบใน 3 ประเทศ คือ ประเทศนอร์เวย์ จอร์แดน และญี่ปุ่น โดยประเทศนอร์เวย์และจอร์แดนจะนำร่องใช้ระบบ I-Vote ทุกเมืองทั่วทั้งประเทศ ส่วนประเทศญี่ปุ่นจะทดลองใช้ระบบดังกล่าวเฉพาะเมืองโอซาก้าเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการลงคะแนนได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยผ่านระบบออนไลน์แล้วยังนับเป็นก้าวแรกของการพัฒนาระบบการเลือกตั้งเพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและมีความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งอีกด้วย

นายสมชัยกล่าวชี้แจงว่า โครงการนี้จัดทำขึ้นภายใต้หลักการ “สะดวก น่าเชื่อถือ ประหยัด” คือ 1.ให้ประชาชนสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด จากเดิมที่ต้องไปใช้สิทธิที่สถานทูตทางไปรษณีย์ ซึ่งเป็นภาระพอสมควร หรือในบางครั้งมีการใช้หน่วยออกเสียงเคลื่อนที่ก็ไปไม่ทั่วถึงในทุกชุมชน จึงให้มีช่องทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 2.สร้างระบบที่น่าเชื่อถือให้กับสังคมส่วนรวมได้ และ 3.ประหยัดงบประมาณภาษีของประชาชน จากเดิมที่ใช้งบในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรประมาณ 60-80 ล้านบาทแต่ถ้าใช้ระบบ I-Vote เป็นหลักได้จะใช้งบประมาณไม่เกิน 5 ล้านบาท

Advertisement

นายสมชัยกล่าวถึงรายละเอียดของการดำเนินการ ว่า การเลือกตั้งผ่านอินเตอร์เน็ตนอกราชอาณาจักรนั้น ประเทศไทยไม่ใช่ที่แรก มีหลายประเทศดำเนินการแล้ว อย่างเช่นในออสเตรเลียมีคนลงทะเบียนใช้สิทธิ 250,000 คน ถือว่าเยอะที่สุดในโลก ส่วนประเทศไทยที่จะนำร่อง 3 ประเทศมีประมาณ 3,000 คนซึ่งไม่น่ามีผลกระทบต่อคะแนนในภาพรวม การจับมือกัน 5 หน่วยงานเพื่อออกแบบระบบให้น่าเชื่อถือ ใช้งานได้จริงได้ ส่วนขั้นตอนนั้นให้ผู้ประสงค์ใช้สิทธิมาลงทะเบียน จะมีการส่งประวัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ผ่านอินเตอร์เน็ตหรือแอพพลิเคชั่น ในการใช้สิทธิจะต้องนำหลักฐานยืนยันในการโหวต มีการกำหนดช่วงเวลาที่จะเปิดลงคะแนนซึ่งจะให้ใช้สิทธิครั้งเดียว ไม่ซ้ำซ้อน จากนั้นจึงนำผลคะแนนมาสมทบในเขต ทั้งนี้ระบบจะออกแบบเสร็จในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน ปีหน้า และช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ก็จะทำความเข้าใจเพื่อเตรียมพร้อมกับการเลือกตั้งในช่วงปลายปี 2560

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการใช้งบประมาณนั้นเริ่มต้นจะใช้งบในวงเงินประมาณ 15 ล้านบาท ในการวางระบบครั้งแรกทั้งการเตรียมโปรแกรมการรักษาความปลอดภัยและการลงพื้นที่ดูงานจริง แต่เมื่อระบบเสร็จเรียบร้อยแล้วค่าใช้จ่ายในการนำไปใช้ต่อไปจะต่ำมาก ซึ่งในระยะ 5 ปีแรกการใช้สิทธิผ่านระบบนี้เป็นทางเลือก ยังคงใช้ช่องทางเดิมคู่ขนานไป แต่ระยะยาวหลังจากระบบเสถียรแล้ว เป็นที่น่าเชื่อถือจากคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ระบบนี้จะบังคับใช้เป็นระบบเดียวเพราะลดค่าใช้จ่ายลงจาก 30 ล้านบาท เหลือเพียงราว 5 ล้านบาทเท่านั้น