‘เสรีพิศุทธิ์’ อัด ‘บิ๊กตู่’ โกงมาทั้งชีวิตยังมีหน้าสอนคนอื่น ชี้ ทำงาน 8 ปีหมดสภาพเดินหัวทิ่มล้มคะมำ ไร้ความรู้บริหาร ทำคนจนเพิ่ม แซวขอให้เปลี่ยนเพลงถอยดีกว่าแล้วเอาเชือกแขวนคอ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นวันแรกนั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘ชลน่าน’ เปิดซักฟอกรบ. อัดบิ๊กตู่ ตัวปัญหา แนะยุบสภา-ลาออก หยุดทรมานประชาชน
- ‘บิ๊กตู่’ โต้ฝ่ายค้าน รับอยู่สภาเลือกเล่นบท ‘พระราม-พระลักษณ์’ ชี้จุดจบ ‘ทศกัณฑ์’
จากนั้น เวลา 11.42 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การปฏิรูปการเมืองที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ชาติ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด รัฐบาลขาดความจริงใจที่จะปฏิรูปการเมือง การเลือกตั้งย้อนยุคไปสู่ระบบอุปถัมภ์ และการใช้เงินเป็นหลัก สำหรับการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมเพื่อปฏิรูปประเทศ ในการเลือกตั้งตนเชื่อว่ารัฐบาลต้องการหรือมีเป้าหมายเพื่อที่จะให้ได้คนดีเป็นผู้แทนฯ ดูแลความทุกข์สุขของประชน เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาทำหน้าที่รับผิดชอบการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่า ยังมีส.ส.ที่หนีการอ่านคำพิพากษา มาเข้าร่วมประชุมในสภาฯ นี้ ประชุมเสร็จก็หนีหาย จนทุกวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ยังไม่สามารถจับกุมส.ส.ที่ต้องคำพากษามาดำเนินคดีได้ นอกจากนั้นยังมีนักโทษที่มาสร้างความปั่นป่วนในสภาฯ มีผู้ที่ทุจริตโครงการเข้าสภาฯ มาหลายคนจนกระทั่งอัยการสั่งฟ้อง จึงถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และยังมีส.ส.ที่บุกรุกป่าเอาไปเลี้ยงไก่ มีส.ส.ที่โกงเงินสหกรณ์ ก่อนที่จะมาสมัครส.ส.ถึง 400 ล้านกว่าบาท แต่ในที่สุดอัยการก็สั่งฟ้อง เจ้าตัวก็ยอมรับสารภาพ แต่ที่ยังไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะกระทำผิดก่อนที่จะเป็นส.ส.
“ปรากฏว่าส.ส.คนนี้และครอบครัวก็โยกย้ายไปอยู่พรรคโน้นพรรคนี้ และพรรคที่รับก็ไม่ดูประวัติของส.ส.คนนี้ว่าเป็นอย่างไร ก็รับเพราะมีเงินเสียอย่าง การปฏิรูปประเทศด้านการเลือตั้งถึงไม่สำเร็จ ทำให้ไม่ได้คนดีเข้าสภา”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้ามามีอำนาจด้วยการโกง การยึดอำนาจปล้นเขามา ออกรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ตั้งองค์กรอิสระโดยเฉพาะกกต.เพื่อให้มาสนับสนุนตน และพรรคที่ตนสังกัด และเลือกตั้งเปี 2562 ก็มีการโกงกันอย่างมโหฬาร ส่งทหารไปรบกวนผู้สมัครพรรคอื่นๆ แม้แต่ตนก็ยังโดนตามที่จ.ปราจีนบุรี และมีการทุจริตในการเลือกตั้งซ่อม 3 จังหวัด คือลำปาง สมุทรปราการ และนครศรีธรรมราช ที่มีการซื่อเสียง โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้นำคลิปการซื้อเสียงมาเปิดด้วยโดยใช้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และองค์กรบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่เคยเห็นผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐเลย
ทำให้ นายสายัณห์ ยุตติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงว่า ห้ามผู้อภิปรายนำวัสดุใดๆ มาใช้ การเลือกตั้งที่นครศรีธรรมราชผ่านมาเป็นปีแล้ว อยู่ๆ ก็มาฉายคลิปไม่รู้มาจากพรรคไหน อย่างนี้ทำให้คนนครศรีธรรมราชเสียชื่อ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายโต้ว่า ไม่มีผู้สมัครคนใดไปจ่าย ถ้าจ่ายเองก็โง่ ต้องให้คนอื่นจ่ายแทน และที่นครศรีธรรมราช ก็ซื้อเสียงคล้ายกับที่จ.สุมทรปราการ และไม่เคยเห็นนายกองตรีอาญาสิทธ์หาเสียงเลย ซึ่งตนก็ได้ส่งหลักฐานการซื้อเสียงทั้งจ.ลำปางและนครศรีธมราชการให้ กกต.แล้ว แต่นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง พลังประชารัฐ กลับได้ใบเหลือง เงินที่จ่ายเป็นเงินจากนรกหรืออย่างไร ถึงให้ใบเหลือง ถ้าเป็นพรรคอื่นเชื่อว่าได้ใบแดงไปแล้ว และในเมื่อมีหลักฐานทำไม กกต.ไม่รีบดำเนินการ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อว่า ช่วยกรุณาถามพล.อ.ประยุทธ์ให้หน่อยว่าที่เป็นใหญ่ทุกวันนี้ โกงเขามาตลอดใช่หรือไม่ เอารัดเอาเปรียบมาทั้งชีวิต ยังไม่พออีกหรือ หลักฐานก็ชัด เมื่อโกงเองแล้วจะไปสอนคนอื่นได้อย่างไร ดัชนีคอร์รัปชั่นปีนี้ลงต่ำมา 110 แล้ว ต่ำว่ามาเลเซีย ลาวเสียอีก เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ได้ ขอเสอนอให้ แก้ไขพ.ร.ป.การเลือกตั้ง พ.ศ.2561 ใน 5 ข้อคือ ยุบ กกต. จังหวัด, ใช้ครูอาจารย์เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง, ใช้ตำรวจทหารเป็นผู้สืบสวนจับกุม, สลับตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ทำหน้าที่ที่อื่นชั่วคราวขณะเลือกตั้ง, เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เป็นพนักงานสอบสวน
“พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานมา 8 ปี แล้วร่างกายก็หมดสภาพแล้ว ที่เห็นพูดๆ ความจริงหมดสภาพแล้ว เดินจะหัวทิ่ม ล้มคะมำ อายเขา จิตใจก็หวั่นไหว ความรู้ก็ไม่มี ใช้ความรู้ระดับผู้บังคับกองร้อยกองพัน ผักชีแพง ก็ให้ทหารปลูก ซึ่งก็พอแก้ปัญหาได้ แต่ตอนนี้เป็นนายกฯ ก็ใช้วิธีการเดิม แสดงว่าองค์ความรู้ไม่เพิ่มขึ้นเลย เป็นนายกฯ มีความรู้เหมือนผู้บังคับกองร้อยกองพันเท่านั้นเอง ความดีก็ไม่ปรากฏ ประเทศชาติก็ถดถอย เศรษฐกิจก็ตกต่ำลงไปทุกปี มีการทำบัตรคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน ภูมิใจนักหรือที่มีคนจนเพิ่มขึ้น ผมละอาย ถ้าผมเป็นนายกฯ มีคนจน 15 ล้านคน ผมต้องลดลงทุกปี แต่นี่เพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าอยู่ต่อไปปีหน้าเป็น 25 ล้านคนแน่ พรรคก็แตกยับเยิน จนเสียงในสภาฯ ไม่พอ ต้องหาซื้อเสียงฝ่ายค้านไปเป็นพวก ยังมีคนมาทาบทามผมเลย พรรคเสรีรวมไทยไปอยู่ด้วยได้หรือไม่ ขอโทษผมให้ส้นตีนไปเลย มาติดต่อผมได้อย่างไร” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แซวว่าอยู่ในทำเนียบฯ เปิดเพลงอย่ายอมแพ้ จนเจ้าของเพลง ขอเปลี่ยนเป็นเพลงถอยดีกว่า และถ้าพล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ได้ ก็เอาเชือกไปแขวนคอ พร้อมเปิดเพลงถอยดีกว่า

