แสงแห่งสปอตไลต์ฉายจับไปยังเงาร่างของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เริ่มมีความหนักแน่นและจริงจังมากอย่างเป็นพิเศษ
ไม่เพียงเพราะคำยืนยันในเรื่อง 260 ส.ส.หนุนรัฐบาลในมือ
หากที่ไม่ควรมองข้ามมากยิ่งไปกว่านั้นยังเป็น “ลีลา” บางลีลาอันมากด้วยความพลิ้วไหวในทางการเมือง เริ่มจากเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมอ้างตนเป็นเหมือนกับ “พระราม”
ก็สามารถเข้าไปเล่นบทเป็น “นางสีดา” ซึ่งติดตามพระรามออกท่องไพรยาวนานกว่า 10 ปีด้วยความซื่อสัตย์ และมีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเล่นบท “ลุยไฟ”
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตจาก โทนี่ วู้ดซั่ม ให้ระวังหากจะมีกรณี “ไฮแจ็ค”ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีบังเกิดขึ้นเหมือนกับจะพาดพิงมาถึงการชิงเหลี่ยมหักคมในทางการเมือง
บทที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เล่นอย่างคล้องรับกับสถานการณ์
คือคำยืนยันที่จะไม่มีการตอบโต้ไปยัง โทนี่ วู้ดซั่ม อย่างเด็ดขาดเนื่องจากเคยเป็น “นาย”มาก่อน
เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ถามว่าเหตุใด นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงต้องงัดเอาโพยอันประกอบ ด้วย 260 ส.ส.หนุนรัฐบาลออกมายืนยัน
เป็นการยืนยันเหมือนกับการเล่นบทผ่าน “นางสีดา”
นี่มิได้เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับ “พระราม” เท่านั้น หากแต่ยังสร้างความมั่นใจเป็นอย่างสูงด้วยว่า ความภักดีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีอยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นสูงยิ่ง
จึงไม่เพียงแต่ทำให้การประท้วงในแบบอารยะขัดขืนผ่านบทบาทของ “7 รัฐมนตรี” แห่งพรรคภูมิใจไทย มิได้เป็นเรื่องแตกหักใน ทางการเมือง หากเสมอเป็นการติงด้วยความภักดี
อย่างน้อยก็ควรจะต้องมีการปรับเปลี่ยน “สัญญาร่วม”ให้เป็นไป
ไปตามความปรารถนาดีจากพรรคภูมิใจไทยด้วยในขณะเดียวกัน
เป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยก็เช่นเดียวกันกับเป้าหมายและการสำ แดงออกของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่นก็คือทำทุกอย่างเพื่อเต็มเต็ม ความมั่นคงให้กับรัฐบาล
หากเชื่อใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต้องเชื่อใจ พรรคภูมิใจไทย
บทบาทของพรรคภูมิใจไทย บทบาทของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงไม่ต่างไปจากบทบาทของนางสีดาที่มีต่อ “พระราม”โดยเฉพาะต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่เป็นข้อเสนอที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยากที่จะปฏิเสธ

