‘วาโย’ อัด ‘อนุทิน’ ใช้เด็กเป็นหนูทดลอง ข้องใจทำไม ‘ซิโนแวค’ ยังไม่หมดจากประเทศ

18.02.22 | 12:08 น.

‘วาโย’ อัด ‘อนุทิน’ ใช้เด็กเป็นหนูทดลอง ข้องใจ ‘ซิโนแวค’ ยังไม่หมดจากประเทศ ชี้ฉีดในเด็ก 3 ขวบ มีแค่จีนที่ทำ 


เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า ตนจะขออภิปราย 3 รัฐมนตรี คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายวาโยกล่าวว่า เริ่มแรกด้วยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจากข้อมูลของ Our World in Data เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ระบุว่า ไทยฉีดวัคซีน 2 เข็ม ได้ 70% แต่ข้อมูลแท้จริงเปิดเผยว่า ฉีดวัคซีนเชื้อตายเพียง 16.17% ซึ่งหมายความว่าเหลือวัคซีนที่สามารถต่อกรกับโควิด-19 ได้ประมาณ 50% อย่างไรก็ตาม ยังเหลือเค้กก้อนโตในหมู่ของคนไทยที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีน คือเด็กอายุ 0-12 ปี ประมาณ 9 ล้านคน คิดเป็น 15% ของประชากร ล่าสุด องค์การอนามัยโลก และ อย. ได้ให้การอนุมัติให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ฝาสีส้ม ตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไปเริ่มฉีดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2565 ปัญหาคือ เค้กส่วนที่เหลือ 15% นี่ช่างหอมหวาน เพราะเกิดข้อสงสัยเมื่อนายอนุทินประกาศพร้อมนำซิโนแวคมาฉีดในเด็กอายุ 3 ขวบ โดยให้สัมภาษณ์ว่า ทางซิโนแวคมายื่นจดทะเบียนเพื่อใช้ในเด็ก 3 ขวบ และพร้อมนำมาใช้หากได้รับการอนุมัติ ซึ่งประเทศที่ใช้ซิโนแวคฉีดในเด็ก 3 ขวบ มีแค่จีนเท่านั้น ต่อมาราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ประกาศแนวทางการฉีดวัคซีนในเด็กเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 แบ่งเป็น ทางหลัก คือไฟเซอร์ ฝาส้ม 2 เข็ม ทางเลือก คือเชื้อตาย และไฟเซอร์ ฝาส้ม (หรือวัคซีนสูตรไขว้) ทั้งที่ไม่มีการศึกษาอย่างชัดเจน และบูสเตอร์ คือ เชื้อตาย 2 เข็มให้บูสต์ด้วยไฟเซอร์ ฝาส้ม นอกจากนี้ ยังแนะนำว่าการฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตาย 2 เข็ม และถึงแม้ว่าจะได้เชื้อตายเพิ่มอีก 1 เข็ม ก็ยังไม่พอต่อการป้องกันโรค โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน

นพ.วาโยกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ กระทรวงสาธารณสุขประกาศแนวทางทับแนวทางของหมอเด็กที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ โดยบอกว่า ให้ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ซึ่งจะมาบอกว่าต้องการให้ผู้ปกครองมีทางเลือกให้กับลูก เพราะไม่อยากให้วัคซีน mRNA แต่สำหรับคนเป็นหมอ ถ้ารู้ว่ายาชนิดไหนดีก็ต้องยืนยันจ่ายให้คนไข้ จึงอยากรู้ว่าทำไมยังนำซิโนแวคมาใช้อีก สรุปมันเหลือหรือสั่งมาเพิ่ม การกระทำแบบนี้ หมายความว่าท่านไม่เชื่อหมอเด็กเลย แต่เชื่อใครและเชื่อใคร เพราะวัคซีนชนิดเชื้อตายสรุปผลออกมาแล้วว่าถึงทางตันกับการใช้ในผู้ใหญ่แล้ว แต่กลับมาผลักดันมาใช้ในเด็ก ทั้งๆ ที่ยังไม่มีข้อมูล ท่านใช้คนไทยมาเป็นหนูทดลองยังไม่พอ ยังจะมาใช้ลูกหลานเป็นหนูทดลองอีก ถ้าหมอเด็กไม่เห็นด้วยกับการทำแบบนี้ ท่านต้องออกมาเรียกร้อง เพราะเด็กไทยต้องสูญเสียโอกาสมากมาย​โดยเฉพาะด้านการศึกษา หรือต้องการให้เด็กไทยเกิดมาโง่ เพราะคนโง่ปกครองง่าย

Advertisement

นพ.วาโยกล่าวว่า การสอบทีแคส ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอนก ที่ไม่มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ในสนามสอบ และไม่มีมาตรการรองรับกรณีเด็กติดโควิด-19 แล้วจำเป็นต้องไปสอบ ซึ่งตนขอแนะนำว่า กระทรวงสามารถจัดสนามสอบกึ่งโรงพยาบาลสนามให้เด็กที่ติดโควิด-19 ลดความแออัดของสนามสอบ หรือจัดให้สอบใหม่สำหรับเด็กที่มีอาหารหนัก