หน้าแรก การเมือง ราชกิจจา เผยแ...

ราชกิจจา เผยแพร่ประกาศ อัตราส่งเงินเข้ากองทุนพลังงาน ที่จำหน่ายในประเทศ

12.10.16 | 18:45 น.
ภาพกราฟิกลิขสิทธิ์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เรื่อง การกําหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สําหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทําในราชอาณาจักร และน้ํามันเชื้อเพลิงที่นําเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๙ (ครั้งที่ ๘) เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ ให้ปรับปรุงการกําหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน สําหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทําในราชอาณาจักร และน้ํามันเชื้อเพลิงที่นําเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร เพื่อให้สอดคล้องกับการกําหนดประเภทน้ํามันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน และเพื่อมิให้เกิดการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานซ้ําซ้อนกันสําหรับปริมาณน้ํามันเชื้อเพลิงที่ได้มีการส่งเงิน
เข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไว้แล้ว


อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ (๕) และ (๖) มาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
กําหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สําหรับน้ํามันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจําหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร และน้ํามันเชื้อเพลิงที่นําเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ดังนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เรื่อง การกําหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสําหรับน้ํามันเชื้อเพลิงที่ทําในราชอาณาจักร และนําเข้ามา
เพื่อใช้ในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๓

ข้อ ๒ ให้กําหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สําหรับน้ํามันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจําหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร และน้ํามันเชื้อเพลิงที่นําเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ซึ่งมีคุณภาพเป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ํามันเชื้อเพลิง ดังนี้

(๑) น้ำมันเบนซิน อัตราลิตรละ ๐.๒๕๐๐ บาท
(๒) น้ำมันแก๊สโซฮอล อัตราลิตรละ ๐.๒๕๐๐ บาท
(๓) น้ำมันก๊าด อัตราลิตรละ ๐.๐๗๐๐ บาท
(๔) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อัตราลิตรละ ๐.๒๕๐๐ บาท
(๕) น้ำมันดีเซลหมุนช้า อัตราลิตรละ ๐.๒๕๐๐ บาท
(๖) น้ำมันเตา อัตราลิตรละ ๐.๐๗๐๐ บาท

Advertisement

ข้อ ๓ น้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๒ ไม่รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้

(๑) น้ำมันเบนซินที่จะนําไปผสมเอทานอลแปลงสภาพเพื่อผลิตเป็นน้ํามันแก๊สโซฮอล
(๒) น้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่จะนําไปผสมกับไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันเพื่อผลิตเป็นน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว

(๓) น้ำมันเตาที่มีการผลิตใหม่เฉพาะปริมาณที่เท่ากับปริมาณน้ํามันเตาที่นํามาผสมในการผลิตใหม่ซึ่งได้มีการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไว้แล้ว

ข้อ ๔ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ