เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงเรื่องขบวนการค้ามนุษย์ว่า ต้องขอขอบคุณ รังสิมันต์ โรม ได้ทำให้สังคมไทยเข้าใจปัญหานี้ทางโครงสร้างอย่างชัดเจนขึ้น พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 คือตำรวจน้ำดีที่สุดคนหนึ่งในวงการตำรวจไทย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ควรจะรักษาไว้และให้รางวัลเชิดชู ไม่ใช่ขับไสไล่ส่งออกไปจากองค์กรจนกระทั่งต้องขอลี้ภัยไปต่างประเทศ เพราะแพ้ภัยอำนาจอิทธิพลที่กลายเป็นรัฐซ้อนรัฐในรูปของพี่น้องโรงเรียนเตรียมทหาร และนายร้อย จปร. ที่กลายเป็นระบบอุปถัมภ์นิยม
“การที่ พล.ต.ต.ปวีณ ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ทั้งที่เป็นตัวหลักในการทำคดีค้ามนุษย์โรฮินจา จนสามารถจับกุมนายทหารระดับนายพล ตำรวจยศใหญ่ กระทั่งนักการเมืองท้องถิ่นได้หลายคนนั้น ผมคิดว่ามีคนที่จะต้องรับผิดชอบและตอบคำถามในเรื่องนี้หลายคน ไม่ใช่แค่ตอบคำถามประชาชนไทย แต่ตอบคำถามประชาคมโลกด้วย
คนที่หนึ่ง คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่นั่งเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.58 และมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ปวีณ ไปรักษาราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประวิตรต้องรับผิดชอบและตอบคำถามว่า สั่งย้ายทำไม เพราะชายแดนใต้เป็นพื้นที่พิเศษ เต็มไปด้วยอำนาจมืดและขบวนการที่เกี่ยวข้องในเส้นทางค้ามนุษย์ริมชายแดน ทำไมไม่ให้เขาทำงานคดีต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์ต่อไป หรือมอบอำนาจเลื่อนตำแหน่งให้
คนที่สอง คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่เพิ่งได้เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ในขณะนั้น ที่อ้างว่าได้รับคำแนะนำจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 16 ของ พล.ท.มนัส คงแป้น จำเลยคนสำคัญในคดีค้ามนุษย์โรฮินจา ว่าให้ย้ายไปชายแดนใต้เนื่องจาก พล.ต.ต.ปวีณ เชี่ยวชาญกฎหมายความมั่นคง พล.ต.อ.จักรทิพย์ต้องรับผิดชอบและตอบคำถามในเรื่องนี้ว่า การสั่งย้ายทั้งๆ ที่มีคดีค้างอยู่และมีผลงานเป็นที่ปรากฎ
คนที่สาม ที่ต้องตอบคำถามก็คือ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ซึ่งต่อมา ก็ได้กลายเป็นผู้ต้องหาคดีประพฤติชั่วร้ายแรงและบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ
คนที่สี่ ที่ต้องรับผิดชอบและตอบคำถามสังคมไทยคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ย่อมรู้เห็นเป็นใจไม่มากก็น้อย เพราะ พล.ต.ต.ปวีณ กำลังทำคดีสำคัญเพื่อกู้หน้าประเทศไทย สร้างภาพลักษณ์ใหม่แก่ประชาคมโลก หลังจากที่ถูกกดดันจากผลการจัดระดับประเทศไทยในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report: TIP Report) ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของไทย นอกจากนั้น พล.ต.ต.ปวีณเคยทำเรื่องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยทบทวนคำสั่งด้วย แต่ก็ไม่มีการตอบรับ ขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทยเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกลายเป็นกลุ่มที่เกี่ยวพันกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติไปโดยปริยาย จึงอาจทำให้รูปแบบองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้อาจถูกนำตัวขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศไทยได้เช่นกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ” นายเมธากล่าว
นายเมธากล่าวว่า เบื้องหลังของขบวนการค้ามนุษย์โรฮินจาล้วนเป็นตัวอย่างที่น่าศึกษา เพราะทำกันอย่างเป็นระบบ มีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ระหว่างทางมีผลประโยชน์มหาศาลเป็นเดิมพัน จากการที่มีการเปิดเผยค้นพบแคมป์พักชั่วคราวของขบวนการค้ามนุษย์บนเทือกเขาแก้ว ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา อ.รัตภูมิ หลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลาในปี 2558 ซึ่งถูกสร้างขึ้นในลักษณะเกือบถาวรและรอบบริเวณยังพบหลุมฝังศพมากมายหลายสิบหลุมจนโลกต้องตะลึง นอกจากนี้ ยังพบที่ จ.พังงา จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ด้วยโดยมีทั้งชาวโรฮินจา พม่า ไทย และมาเลเซีย เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้

