สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘รัฐบาลประยุทธ์’จบไปแล้ว? โดย ปราปต์ บุนปาน
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจเชื่อว่ารัฐบาลภายใต้การนำของตนเองจะมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีกระยะ ตามคำรับประกันของคนบางกลุ่มบางฝ่าย
แต่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมกลับมองว่า รัฐบาลชุดนี้กำลังจะเดินหน้าไปสู่จุดจบ หรือก้าวไปสู่จุดแตกเปราะที่ท่านผู้นำไม่สามารถจัดการปัญหา (ทางการเมือง) ต่างๆ ได้
หนึ่งในนั้น คือ ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เอ็กซ์-อ๊อก talk ทุกเรื่อง” ในช่องยูทูบมติชนทีวี ไว้ว่า “รัฐบาลประยุทธ์ที่อิงพรรคพลังประชารัฐเป็นฐานหลัก” ได้ “จบ” ลงไปแล้ว
ดังรายละเอียดบางส่วนต่อไปนี้
“ผมว่าจบแล้ว ถ้านิยามว่าสิ่งที่เรากำลังเห็นหรือคาดว่าเห็น คือรัฐบาลประยุทธ์ที่อิงพรรคพลังประชารัฐเป็นฐานหลัก” อันนี้จบแล้ว
“เพราะว่าตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว ไม่เหมือนกับคำคุยโฆษณาของพรรค ผมไม่คิดว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นสถาบันการเมืองที่อยู่ได้ด้วยแนวนโยบายหรืออุดมการณ์ พรรคพลังประชารัฐมีความสัมพันธ์กับ 3 ป. ไม่ต่างจากที่พรรคชาติสังคมมีความสัมพันธ์กับจอมพลสฤษดิ์ ไม่ต่างจากที่พรรคสหประชาไทยมีความสัมพันธ์กับจอมพลถนอม
“ก็คือเป็น ‘ศูนย์รวมมุ้ง’ เพื่อเป็นพาหะทางการเลือกตั้งให้ 3 ป. เข้าสู่อำนาจรัฐได้อย่างถูกต้อง ตามระบอบที่มีการเลือกตั้งมีรัฐสภา ซึ่งในภาพแบบนั้นคือเป็นศูนย์รวมมุ้งสำหรับ 3 ป. นี่ มันจบแล้ว
“เพราะผมคิดว่าตอนนี้สภาพที่เป็น ก็คือเป็นศูนย์รวมมุ้งภายใต้บิ๊กป้อม ซึ่งบิ๊กตู่กับบิ๊กป๊อกไม่ค่อยจะไว้วางใจเท่าไหร่ หรือไว้วางใจน้อยจนกระทั่งต้องไหว้วานคุณเสกสกลให้ไปช่วยตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติรอไว้รับ
“ดังนั้น รัฐบาลประยุทธ์ที่อยู่บนฐานของพรรคพลังประชารัฐเป็นหลัก จบแล้ว อะไรที่เราจะเห็นต่อไปข้างหน้า จะไม่ได้อยู่ในรูปของรัฐบาลรวมกล้วย 19 พรรค และมีพลังประชารัฐเป็นหลัก
“พูดง่ายๆ ว่าความหวังของคณะ 3 ป. ที่จะสร้างรัฐบาลที่สามารถกำกับควบคุมสภาหรือพรรคการเมืองได้ จบแล้ว สิ่งที่รัฐบาลประยุทธ์จะอยู่นานหรืออยู่ไม่นานก็แล้วแต่ กำลังเผชิญ คือ รัฐสภาในระบอบเลือกตั้งแบบที่พรรคการเมืองทั้งหลายต้องเผชิญก่อนที่ทักษิณจะมา
“เขาจะต้องเล่นเกมกับบรรดาพรรคการเมือง-มุ้งการเมืองทั้งหลาย เหมือนกับที่รัฐบาลทั้งหลายก่อนทักษิณต้องทำ…
“ผมคิดว่า 3 คนที่ร่วมกันทำรัฐประหารขึ้นมา กับ 3 คนที่ร่วมกันบริหารจัดการระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง มีพรรค มีรัฐสภา ฐานะบทบาทมันแตกต่างกัน
“หน้าที่ที่เขาจะต้องบริหารจัดการอำนาจมันไม่เหมือนกัน แต่ก่อนอาจจะอยู่ที่ต้องจัดการกองทัพ ต้องจัดการระบบราชการ และถวายความจงรักภักดี
“แต่ตอนนี้คือคุณต้องจัดการกับกลุ่มการเมือง พลังการเมือง ที่มาจาก 70 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ แล้วต่างมีความใฝ่ฝันทะเยอทะยานที่จะไต่เต้าทางการเมืองขึ้นไปผ่านระบบเลือกตั้ง
“ฉะนั้น ความต้องการมันหลากหลาย ดีมานด์มันเยอะกว่านั้นมาก คุณคิดว่าจะให้พวกเขาเข้าแถวอยู่ในระเบียบวินัยแล้วรับการแจกเท่าที่คุณอยากแจก เฮ้ย! มันลำบากว่ะ
“คือประชาธิปไตยแบบที่คนไทยรู้จักมันแบบนี้แหละ มันไม่เหมือนระบบราชการ มันไม่เหมือนกองทัพ ที่คุณจะสั่งเขาได้”
อาจารย์เกษียรยังตั้งข้อสังเกตทางการเมืองที่แหลมคมไว้อีกมากมายหลายประเด็น ผู้ที่สนใจสามารถรับชมได้ในคลิป “เอ็กซ์อ๊อกtalkทุกเรื่อง ‘ศ.ดร.เกษียร’ เจาะลึกทางที่เหลือของประยุทธ์-ชนชั้นนำ และอนาคตปีกประชาธิปไตย” ที่ช่องยูทูบมติชนทีวี

