จังหวะ การเมือง ของ อนุทิน ภูมิใจไทย จังหวะ ‘เพื่อไทย’

21.02.22 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : จังหวะ การเมือง ของ อนุทิน ภูมิใจไทย จังหวะ ‘เพื่อไทย’

หากมองจากจังหวะก้าวที่ 3 ส.ส.ซึ่งถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ แทนที่จะเดินตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปยังพรรคเศรษฐกิจไทย

กลับพาเหรดกันเข้า “ภูมิใจไทย”

ก็ต้องยอมรับว่า ภายในความขัดแย้ง ภายในการแตกแยกและแยกตัวของพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยกลับได้กำไร

จำนวน ส.ส.เพิ่มจาก 59 เป็น 62

แม้ในเชิงปริมาณ 62 ยังน้อยกว่าจำนวน 97 ที่พรรคพลังประชารัฐมีอยู่ กระนั้น พรรคภูมิใจไทยก็เริ่มมีความหมายมากยิ่งขึ้น

Advertisement

ประสานเข้ากับ “บทใหม่” อันมาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล

นั่นก็คือ บทบาทที่จะดำรงอยู่ในสถานะ “องครักษ์” พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เดินหน้าผ่านโอเปคไปจนถึงเดือนมีนาคม 2566

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องมอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยความพึงใจ

เหตุปัจจัยอะไรทำให้บทบาทของพรรคภูมิใจไทยโดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้รับความสนใจ

1 เพราะเล่นบททั้ง “ต่อสู้” และ “จับมือ”

ด้านหนึ่ง ต่อสู้ด้วยการช่วงชิงเข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อเป็นหลักประกันให้กับสายสีส้ม

บทเช่นนี้ต้องใช้ความกล้า มีลำหักลำโค่น

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ก็แสดงบทบาทในฐานะเป็น “องครักษ์” พิทักษ์เสถียรภาพและความมั่นคงให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นั่นก็คือ บัญชีรายชื่อ 260 ส.ส.

ท่วงทำนองเช่นนี้อาจทำให้พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนาหงุดหงิด แต่ก็อยู่ในลักษณะน้ำท่วมปาก ไม่อาจทำอะไรได้มากนัก

ผลพวงจึงตกกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เต็ม เต็ม

อาจกล่าวได้ว่า กลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยดำเนินไปในแบบท่วงทำนองของ “งูดิน” เลื้อยอย่างซึมลึก เงียบๆ

มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่เคยหยุดนิ่ง

เมื่อจังหวะพร้อมก็ไม่ลังเลที่จะไปรับเอา “ใบสมัคร” เข้าพรรค ไม่ว่าจะจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะจากพรรคขนาดเล็ก

ทั้งยังมี “ฝากเลี้ยง” อยู่ใน “ฝ่ายค้าน” จำนวนหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ก็พร้อมแสดงให้เห็นและได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างสนิทในหัวใจ

เต็มที่ที่จะขวางแผน “แลนด์สไลด์” ของ “เพื่อไทย”

ไม่ว่าจะมองไปยังพื้นที่อีสานตอนบน ไม่ว่าจะมองมายังพื้นที่อีสานตอนล่าง ไม่ว่ามองไปยังพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ หรือภาคใต้

นี่แหละคือป้อมขวาง “เพื่อไทย”ตัวจริง เสียงจริง

มีความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะทีม “ยุทธศาสตร์”ของพรรคต้องประมวล สังเคราะห์และวิเคราะห์ความเป็นจริงในทางการเมือง

พรรคไหนคือ “ปรปักษ์” ที่ยืน “ขวาง” อย่างแท้จริง

พรรคประชาธิปัตย์มิใช่แน่ พรรคพลังประชารัฐที่วุ่นวายอยู่กับปัญหาภายใน มิใช่แน่ จึงเหลือแต่เพียงพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น

พรรคภูมิใจไทยต่างหากคือปราการ “ขวาง” แลนด์สไลด์ ของพรรคเพื่อไทย