‘เครือข่ายผู้บริโภค’ ร้องก้าวไกล-เพื่อไทย บี้ ครม.ถอนวาระต่อสัญญา รฟฟ.สายสีเขียว

21.02.22 | 12:24 น.

‘เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค’ ร้อง ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ เสนอ ครม.ถอนวาระพิจารณาต่อสัญญาสัมปทาน รฟฟ.สายสีเขียว จี้เร่งจัด ลต.ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ตัดสินใจ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ตัวแทนเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โดยมี นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค ก.ก.เป็นตัวแทนรับหนังสือ

โดยตัวแทนเครือข่ายกล่าวว่า วันนี้ตนมายื่นหนังสือเพื่อขอให้พรรคการเมืองช่วยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอนวาระการพิจารณาการต่อสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไป เพราะจะทำให้กระทบกับคน กทม. รวมทั้งอยากให้ผู้ว่าฯกทม.ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณา อีกทั้งในส่วนค่าโดยสารราคา 65 บาท เรารับไม่ไหว และจากการคำนวณพบว่า ค่าโดยสารราคา 25 บาท สามารถเป็นไปได้ จึงขอให้พรรคการเมืองช่วยสนับสนุนการดึงวาระดังกล่าวออกจากการพิจารณาของ ครม.ด้วย

ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า พรรค ก.ก.มีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการขยายสัญญาสัมปทานดังกล่าว จึงขอเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับภาคประชาชนเรียกร้องให้ ครม.ถอนวาระนี้ออกจากการพิจารณา และควรเร่งรัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.โดยเร็ว เพราะเรื่องนี้ควรพิจารณาจากผู้ว่าฯกทม.คนใหม่และ ครม.ใหม่ เพราะรัฐบาลชุดนี้ใกล้หมดวาระแล้ว และไม่อยากให้รัฐบาลแอบทำสัญญาสัมปทานแบบนี้ซ้ำสองอีก

“พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย เราจะพยายามกดดันเรียกร้องรัฐบาลทุกวิถีทาง เพราะถือว่าการทำสัญญาดังกล่าวจะเป็นการมัดมือชกประชาชนจ่ายค่าโดยสารแพงถึง 65 บาท ไปอีก 30 ปี และสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่ที่จะทบทวนสัญญาสัมปทาน และการพิจารณาดังกล่าวจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ จึงไม่อยากเห็นการประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ (22 กุมภาพันธ์) มีการพิจารณาวาระดังกล่าว” นายชัยธวัชกล่าว

Advertisement

ด้านนายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ในส่วนของ กมธ.คมนาคมไม่เห็นด้วยกับการขยายสัญญาสัมปทานที่ไม่ชอบธรรม ที่ผ่านมามีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง รวมถึงการจัดสัมมนา โดยเชิญฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงเชิญทุกพรรคการเมือง แต่ไม่มีใครคนใดกล้ายืดอกพูดกับประชาชนว่าเห็นด้วย และสนับสนุนการขยายสัญญาสัมปทานนี้ ชัดเจนแล้วว่าเป็นเรื่องที่น่าเกลียดที่สุดในนาทีนี้ ประชาชนต้องเห็นความสำคัญและช่วยกันเรียกร้องหยุดสายสีเขียว

ขณะที่นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่มีตัวแทนภาครัฐคนใดกล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่าสนับสนุน และเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเป็นความพยายามรวบรัดและหักคอ โดยไม่เคารพคน กทม. หากปล่อยให้ต่อสัญญาออกไปก็จะยาวนานถึงปี พ.ศ.2602 เท่ากับยาวนานหนึ่งชั่วอายุคนที่เราจะต้องอยู่กับสัญญารถไฟฟ้านี้ นี่คือความพยายามที่จะทำก่อนให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ตนยืนยันว่ารัฐบาลไม่ควรต่ออายุสัมปทาน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และไม่ควรเอาเหตุนี้ดึงเวลาจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ออกไปแบบไม่มีกำหนด เพราะคน กทม.ต้องการผู้ว่าฯที่ออกมาปกป้องผลประโยชน์ให้คน กทม. เขาต้องการผู้ว่าฯที่ให้เขาจ่ายค่ารถไหว มีการสัญจรไปมาภายใต้ค่าโดยสารที่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดโอกาสทางด้านเศรษฐกิจจากการสัญจรใน กทม. แต่การต่อสัญญาครั้งนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์คือบริษัทเดินรถไฟฟ้าอย่างเดียว

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ที่สำคัญที่สุดคือรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีผู้โดยสารใช้เยอะที่สุด และเป็นบันไดขั้นแรกของใยแมงมุม และยังเห็นได้ว่าผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันไม่ยอมออกมาเปิดเผยรายละเอียดการต่อสัญญาสัมปทานดังกล่าว เป็นการมุบมิบ ดังนั้น ตนและพรรคก้าวไกลจะทำทุกวิถีทาง ปกป้องผลประโยชน์ของคน กทม.ให้ดีที่สุด และทุกสาย ทุกเส้น ทุกสี ผู้ว่าฯกทม.จะต้องเข้าไปมีส่วนเจรจาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าโดยสารทั้งหมด เพื่อไม่ให้ผีถึงป่าช้า จนคน กทม.ต้องยอมรับสภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นในช่วงเวลา 13.00 น. กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวยังได้ยื่นหนังสือในเรื่องเดียวกันนี้กับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้วย