หน้าแรก การเมือง ‘ปิยบุตร’ ชวน...

‘ปิยบุตร’ ชวนจับตา ดีลแลกค่าโง่ อัด ‘ประยุทธ์’ เหิมอำนาจปิดเหมืองทองอัคราฯ

21.02.22 | 17:43 น.

‘ปิยบุตร’ ชวนจับตา ดีลแลกค่าโง่ อัด ‘ประยุทธ์’ เหิมอำนาจปิดเหมืองทองอัคราฯ เตือน ม.44 คุ้มกะลาหัวแค่แผ่นดินไทย

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จัดรายการ “เอาปากกามาวง” แสดงความเห็นสืบเนื่องจากการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรม 152 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้า คสช. ใช้คำสั่งตาม มาตรา 44 ปิดเหมืองทองของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จนมีการฟ้องร้องในอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ โดย บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ดของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของริษัทอัคราฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยชดใข้ค่าเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท และมีการเลื่อนการชี้ขาดคดีนี้มาเรื่อยๆ โดยในการอภิปรายของน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย มีการตั้งคำถามว่า เป็นเพราะรัฐบาลไทยกำลังเจราจาตกลงผลประโยชน์แลกกับการยอมความในท้ายที่สุดหรือไม่นั้น

นายปิยบุตร กล่าวว่า มาตรา 44 เป็นกฎหมายที่ประหลาด เพราะสามารถอนุญาตให้ยกเว้นรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ และให้อำนาจหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งแล้วมีผลในทางนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการได้หมด อีกทั้ง ใช้แล้วไม่มีความรับผิดอะไรเลย โต้แย้งที่ศาล ศาลก็ไม่รับ ดังนั้น เมื่อใช้มาตรานี้ก็แสดงว่ามีเกราะคุ้มกัน แต่ทว่าพอใช้มากขึ้นเวลาผ่านไป อิทธิฤทธิ์ มาตรา 44 ก็ค่อยๆ เผยผลเลวร้าย ซึ่งกรณีปิดเหมืองทองอัคราฯ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แน่นอนว่า ประเด็นการทำเหมืองแล้วมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ขัดแย้งกัน จนทำให้รัฐบาลต้องปิดเหมืองนั้น เรื่องนี้ไม่ผิด รัฐบาลหรือกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจตามกฎหมายปกติ สามารถปิดเหมืองได้ แต่ที่เรื่องนี้วุ่นวายเพราะไปใช้ มาตรา 44 ซึ่งตอนใช้คงลืมและคิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุด ทำอะไรก็ได้ ใช้แล้วจบในตัวเองหมด แต่ มาตรา 44 คุ้มกะลาหัวได้เฉพาะในแผ่นดินนี้เท่านั้น แผลงฤทธิ์ได้แต่ในอาณาเขตประเทศไทยเท่านั้น แต่เรื่องเมืองทองอัคราฯ มีข้อตกลงการค้าไทย-ออสเตรเลีย ให้อนุญาโตตุลาการเข้ามาชี้ขาด มาตรา 44 ไปไม่ถึง ใช้อ้างไม่ได้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดจะไม่เป็นปัญหาถ้าหัวหน้า คสช.ไม่ลุแก่อำนาจ ไม่ย่ามใจเกินไป และรอบคอบมากกว่านี้


“การใช้กฎหมายปกติปิดเหมือง และถ้าบรัษัทอัคราฯ ไม่ยอมก็สู้ในศาลปกครองขอเพิกถอนคำสั่ง หรือถ้าที่สุดยังไม่พอใจ เรื่องถึงอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ การไปสู้ตรงนั้นประเทศไทยก็สามารถที่จะสู้ได้อย่างมีน้ำหนัก บอกว่านี่ทำตามกระบวนการปกติทั้งหมด ฟ้องกันในศาลภายในตัดสินตามกฎหมายจบแล้ว แต่เรื่องทั้งหมดอิรุงตุงนังเพราะ มาตรา 44 และก็น่ากังวลใจว่า กรณีนี้จะไปจบเหมือนค่าโง่ทางด่วนหรือไม่ เพราะถ้าอนุญาโตตุลาการบอกว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบ 30,000 ล้านบาท คำถามคือเงินใคร ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่เอาเงินตัวเองมาจ่ายแน่ๆ ก็คงจะกลับมาใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือภาษีทุกคนที่เอาไปจ่าย แล้วคนใช้อำนาจแบบไม่ระมัดระวัง ไม่รอบคอบนี้ รับผิดชอบตรงไหน คือเวลาเราได้ยินนายกรัฐมนตรีคนนี้พูด มักจะบอกว่า รับผิดชอบเอง แต่จนถึงวันนี้ ผมไม่เห็นเลยว่าจะรับผิดชอบตรงไหนกรณีการใช้ มาตรา 44 ปิดเหมืองทองอัครา ต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับบริษัทคิงส์เกตฯ จนทำให้ไม่เสียค่าเสียหายหรือไม่อย่างไร หรือสุดท้ายถ้าอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศชี้ให้ไทยต้องจ่ายค่าเสียหาย พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะคนออกคำสั่งตาม มาตรา 44 จะรับผิดชอบอย่างไร” นายปิยบุตร กล่าว