‘สมชัย’ หอบ 70,500 ชื่อ แก้มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ยื่นสภาแล้ว คาด บรรจุเข้าที่ประชุมพฤษภา
เมื่อเวลา 13.46 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา คณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี นำโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นำรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงนามขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาในการร่วมลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 70,500 รายชื่อ ยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา โดยมี น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทน รับรายชื่อ
นายสมชัย ในฐานะตัวแทนคณะรณรงค์ฯ กล่าวว่า คณะเราเองเห็นปัญหาว่า มาตรานี้อยู่ในบทเฉพาะกาล และให้อำนาจแก่ ส.ว.ในการลงมติเลือกนายกฯ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย โดยปกติตำแหน่งนายกฯจะต้องมาจากการเลือกตั้ง มาจากการเลือกของที่ประชุม ส.ส. ซึ่งเป็นหลักสากล และเป็นหลักที่เขียนไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา เพียงแต่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทเฉพาะกาลที่ขอให้ ส.ว.มีส่วนร่วมในการลงมติเลือกนายกฯ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงานตามยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเราคิดว่า เรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นแล้ว ดังนั้นก็ควรจะคืนกลับสู่หลักการที่เป็นหลักการสากล
“คณะรณรงค์ฯได้มีการรวบรวมรายชื่อประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ และใช้เวลาในการรวบรวมประมาณ 2 เดือน ขณะนี้เราได้ประมาณ 80,000 กว่ารายชื่อ แต่ได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่สภาว่า เราจะขออนุญาตส่งขั้นต้นเพียงแค่ 70,000 รายชื่อ เนื่องจากการส่งดังกล่าวจะเป็นภาระทั้งสองฝ่าย ฝ่ายที่รณรงค์ก็ต้องจัดพิมพ์เอกสาร ในขณะเดียวกันฝ่ายเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการก็จะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปตรวจสอบ ซึ่งใช้เวลาพอสมควร และหลังจากนั้นก็ยังเป็นภาระในการจัดเก็บเอกสารอีก 5 ปีตามระเบียบสารบัญ จึงคุยกันว่า เราจะตกลงกันที่จะส่งชุดแรกแค่ 70,000 รายชื่อ วันนี้นำมา 70,500 รายชื่อ ซึ่งความจริงแล้วโดยหลักการที่กำหนดในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1) ระบุเพียงแค่จำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ ดังนั้น 70,500 รายชื่อเราคิดว่าน่าจะเพียงพอ หลังจากนี้ทางสภาก็จะไปตรวจสอบความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชื่อ เลขประจำตัวประชาชน สิทธิในการเลือกตั้ง และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนว่า กฎหมายฉบับนี้ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร กรอบเวลาทั้งหมดนี้ จากนี้ไปคาดว่า ทางสำนักงานเลขาธิการจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน ในการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ และเราคาดการณ์ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับการบรรจุเข้าวาระการประชุมของรัฐสภาในสมัยประชุมที่ 1 ของปี 2565 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนว่า การลงชื่อของเรายังไม่จบ แม้เราส่ง 70,500 รายชื่อแล้วก็ตาม เรายังเปิดลงชื่อต่อจนถึงวันที่สภามีการประชุมเรื่องนี้ เพื่อให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนว่า มีความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้อย่างไร และทำให้สมาชิกรัฐสภาได้มีโอกาสเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของประชาชน เหตุผลของประชาชนที่อยากให้มีการแก้ไข และหวังว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าหากมีการแก้ไขหลักการข้อนี้แล้วหลังจากการเลือกตั้ง การเลือกนายกฯนั้นจะได้กระทำกันในที่ประชุมของ ส.ส.
ขณะที่ นายบุญส่ง ชเลธร ผู้อำนวยการหลักสูตรผู้นำ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เราเรียกร้องประเด็นเดียวคือ มาตรา 272 และขอให้แก้ไขเพียงการยกเลิกสิทธิส.ว.ในการเลือกนายกฯออกเท่านั้น ประเด็นอื่นเราไม่ได้แตะต้อง เราเชื่อมั่นว่า ระบอบประชาธิปไตยต้องเชื่อประชาชน การเลือกตั้งครั้งต่อไปขอให้ยุติการให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของประชาชนตัดสินอนาคตเอง ประเด็นนี้เหล่านี้สมาชิกรัฐสภาต้องให้ผ่าน อย่าขัดขวางกระแสธารของประวัติศาสตร์
“ที่ผ่านมาเรามีโอกาสกันพูดคุยกับ ส.ว.หลายท่าน ผมได้พบกับ ส.ว. 4 ท่าน เขาเห็นด้วยในประเด็นนี้ ซึ่งส.ว.มีความรู้สึกที่ดี และรับปากจะโหวต แต่เมื่อถึงเวลาไม่รู้จะโหวตหรือไม่ ผมมองว่า การที่ต้องตอบแทนผู้แต่งตั้งเขามานั้นเพียงหนึ่งครั้งก็เพียงพอแล้ว การเสนอตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ น่าจะเป็นผลดีกับ ส.ว. ที่จะทำให้ไม่ต้องถูกตำหนิจากสังคมอีก เพราะถ้า ส.ว.ยังโหวตอีกน่าจะโดนตำหนิมากกว่าเดิมอีกล้านเท่า เราจึงขอความร่วมมือท่านในเรื่องนี้ด้วย” นายบุญส่งกล่าว
ด้าน น.ส.ผ่องศรี กล่าวว่า ประธานสภาให้ความสำคัญต่อการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคนี้มีกฎหมายจากภาคประชาชนเข้ามามากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 60 กว่าฉบับ ที่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ จากนี้เป็นขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อ ก่อนส่งไปยังกรมการปกครอง ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน เมื่อดำเนินการเสร็จเชื่อว่าประธานสภาจะบรรจุเข้าระเบียบวาระเพื่อพิจารณาต่อไป


