ครม.เบรกอนุทิน ให้ใช้ยูเซ็ปสู้โควิดแบบเดิม แห่โทร 1330 เฉียด 5 หมื่นคน

ครม.เบรกอนุทิน ให้ใช้ยูเซ็ปสู้โควิดแบบเดิม แห่โทร 1330 เฉียด 5 หมื่นคน ศบค.ชุดใหญ่ถกวันนี้ปรับมาตรการรับระบาดพุ่ง

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ในไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้นด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เริ่มเกิดปัญหาเตียงรองรับผู้ไม่ป่วยไม่เพียงพอในหลายพื้นที่ จนต้องมีการตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มนั้น น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงเรื่องการประกาศยกเลิกยูเซ็ป ตามที่ สธ.เตรียมการดีเดย์ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ว่า ครม. มีความเป็นห่วงต่อประชาชน โดยให้กระทรวงสาธารณสุขกลับไปทบทวนและชะลอการประกาศออกไปก่อน เพราะจะต้องไปทำความเข้าใจและซักซ้อมการให้บริการ และปรับบริการเพื่อที่จะรับผู้ป่วยสีเขียว เนื่องจากขณะนี้ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนทำให้มีผู้ป่วยสีเขียวค่อนข้างมาก และมีปัญหาในเรื่องของการรับโทรศัพท์ เช่น 1330 ไม่มีผู้รับสาย ไม่สามารถติดต่อได้ ดังนั้นจึงให้ไปเพิ่มบริการให้ดีก่อน และยืนยันว่าขณะนี้ผู้ป่วยโควิด-19 ยังรักษาฟรีอยู่

ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แถลงชี้แจงแนวทางการรักษาและเบิกจ่ายเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ระบบยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) ว่า ตามที่ สธ.เตรียมการดีเดย์ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ เพื่อปรับระบบการบริการให้ผู้ป่วยโควิด-19 ไปใช้การรักษาตามสิทธิสุขภาพของแต่ละบุคคล และเตรียมประกาศยูเซ็ป โควิด-19 พลัส (UCEP Covid-19 Plus) โดยให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำหนดเกณฑ์ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการสีเหลืองและสีแดง เพื่อให้ใช้บริการได้ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิในสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน

ให้สธ.ทบทวน-ไร้กำหนด

“วันนี้มีการนำเรื่องอัตราที่จะจ่ายค่าบริการให้สถานพยาบาลเข้าหารือในที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นชอบ โดยครม.ให้ความเห็น มอบให้ สธ.ทบทวนเรื่องกระบวนการและเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะกระบวนการติดต่อการรักษา ช่องทางต่างๆ รวมถึงเรื่องยูเซ็ป โควิด-19 พลัส ในอนาคต และการปรับระบบการรักษาที่บ้าน (Home Isolation: HI) ให้กระบวนการมีความคล่องตัว และการทำความเข้าใจกับประชาชน วันนี้ ครม.จึงยังไม่มีมติใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่ง สธ.ได้รับเรื่องนี้มาเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ทำความเข้าใจกับสถานพยาบาลและทบทวนกระบวนการต่างๆ โดยกรอบเวลาที่จะใช้ทบทวนต้องนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอต่อไป สธ.ดำเนินการทบทวนให้สอดคล้องกัน ดังนั้น โควิด-19 ยังเป็นโรคฉุกเฉิน รักษาฟรีได้ทุกสิทธิ รพ.เอกชน จะปฏิเสธไม่ได้” นพ.ธเรศกล่าว

Advertisement

ครม.ผวา!กลับลำเลิก‘ยูเซ็ป’

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม.เต็มคณะ นพ.ธเรศได้เสนอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19) โดย ครม.บางส่วนไม่เห็นด้วย โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้คนแตกตื่น เพราะมีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น จึงอยากให้เลื่อนไปก่อนและอยากให้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ขณะที่นายอนุทินพยายามอธิบายว่า การรักษาฟรีอยู่แล้วทุกคน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน การเสนอเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การประหยัดงบ แต่เป็นเรื่องของความเป็นห่วงผู้ป่วยสีเขียวที่เข้าไปครองเตียง อยากเก็บเตียงให้ผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง และผู้ป่วยโรคอื่นๆ เรื่องนี้หมอและคนหน้างานคิดมาแล้ว ยืนยันว่าเรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา

‘ตู่’ลองโทร1330-ถาม‘หนูโอเคนะ’

รายงานข่าวว่า ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า หลายคนมองว่ามันเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าไม่ถึง โทร 1130 ไม่มีคนรับสาย กว่าจะติดต่อกลับใช้เวลานาน ทำให้อธิบดี สบส.แจ้งว่า กำลังจะเพิ่มคู่สาย จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เล่าต่อที่ประชุมว่า ได้ทดลองโทรไปที่ 1330 และพบว่าเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการอยู่ในอาการที่เหนื่อยล้า ทำให้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ 1330 จึง
อยากให้ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน ไปสร้างความเชื่อมั่น แล้ว สธ.ค่อยนำกลับเข้าพิจารณาใหม่ ดังนั้น เพื่อความสบายใจของประชาชนก็ขอให้ชะลอประกาศไปก่อน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปพูดกับนายอนุทินว่า “โอเคนะ หนูเข้าใจนะ” ทำให้นายอนุทินยิ้มให้พร้อมระบุว่า “ไม่เป็นไรครับ”

‘อนุทิน’สั่งเตรียมรพ.สนามบุษราคัม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ ถึงการเตรียมความพร้อมของ รพ.สนามว่า ได้มีการเตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว หากมีความจำเป็นสามารถจัดตั้งได้ทันที โดยสิ่งของที่อยู่ในโรงพยาบาลพยาบาลสนามบุษราคัม 4-5 พันเตียง ยังอยู่ในลักษณะเตรียมพร้อมไว้ในกรณีฉุกเฉินตลอดเวลา ไม่ได้หายไปไหนหรือขายทิ้ง

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ขณะนี้พบว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นจริง แต่จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่มีอาการน้อยหรือแทบไม่มีอาการเลย ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นสีเขียว สามารถเข้าระบบรักษาที่บ้านหรือชุมชนได้ (Home and Community Isolation) หรือ HI/CI ยืนยันว่าขณะนี้เตียงใน รพ.มีเพียงพอสำหรับผู้ป่วย

ศบค.ถกปรับมาตรการรับติดเพิ่ม

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.จะเป็นประธานการประชุม โดยจะมีวาระการรายงานให้ที่ประชุมทราบถึงสถานการณ์และแนวโน้มการแพร่ระบาด และจำนวนผู้ติดเชื้อ รวมถึงมาตรการเปิดเรียนแบบออนไซต์ อยู่ได้กับโควิดในสถานศึกษา ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดต่อโควิด-19 (ศปก.สธ.) และยังมีวาระเพื่อพิจารณา เรื่องการปรับมาตรการป้องกันโรค สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา (ศปก.กก.) และพิจารณาแผนการให้บริการวัคซีนโดย ศปก.สธ. นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จะรายงานเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการด้านต่างๆ ก็จะรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุม

แห่โทร 1330 เกือบ 5 หมื่นราย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงชี้แจงกรณีการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ว่า ยืนยันว่าในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามสิทธิสุขภาพ ผู้ป่วยหรือญาติไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยต้องการติดต่อกับสายด่วน 1330 ข้อมูลวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เข้ามาสูงเป็นประวัติการณ์ 49,500 สาย ในรอบ 24 ชั่วโมง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เคยสูงในเดือนสิงหาคม 2564 อยู่ที่ 2-3 หมื่นสาย จึงมีปัญหาในเรื่องการโทรเข้ามา เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รับสายอีก 150 คน แต่ตามที่ได้ตรวจสอบพบมีการรอสายทุกๆ วินาทีประมาณ 50 สาย ดังนั้น ขอแนะนำให้ประชาชนเพิ่มเพื่อนที่ไลน์บัญชีทางการของ สปสช.ที่ @nhso เพื่อลงทะเบียนและลดการรอสาย

นพ.จเด็จกล่าวว่า หากตรวจ ATK เป็นบวก ให้ประชาชนติดต่อที่หน่วยบริการ หรือทาง 1330 หรือไลน์ @nhso หรือเว็บไซต์ สปสช. ที่จะจับคู่ท่านเข้ากับหน่วยบริการ โดยกรมการแพทย์ สธ.ได้ตกลงกับหน่วยบริการว่า จะรับผู้ป่วยเข้าระบบภายใน 6 ชั่วโมง แต่หากรอนานกว่านี้ ขอความกรุณาส่งข้อมูลเข้ามาที่ไลน์ สปสช.อีกครั้ง เราก็จะพยายามติดต่อกับหน่วยบริการว่าที่รับเข้าระบบไม่ได้เกิดจากอะไร

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image