รากฐานข่าวลือ กฎหมาย ‘เลือกตั้ง’ มาจากบทบาท จังหวะ ‘ภูมิใจไทย’
เหตุปัจจัยอะไรทำให้แต่ละจังหวะก้าวของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และของพรรคภูมิใจไทย จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นจังหวะก้าวใน ‘การรุก’ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะก้าวใน ‘การรับ’ หรือแม้กระทั่งจะเรียกว่าเป็น ‘การถอย’
กระทั่งกลายเป็น ‘ตำบลกระสุนตก’ ตกเป็นเหยื่อของ ‘ข่าวลือ’
นั่นก็เนื่องมาจากสถานการณ์อันสะท้อนปัญหาและความขัดแย้ง ‘ภายใน’ ของรัฐบาล โดยเฉพาะระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พรรคพลังประชารัฐ
นั่นก็เนื่องมาจากการขยับอย่างต่อเนื่องของปีกในฝ่ายของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผ่านพรรครวมไทยสร้างชาติ ผ่านพรรคพลังประชารัฐ
สะท้อนให้เห็นปัญหาและการจัดกระบวนทัพใหม่ ‘รัฐบาล’
ตรงนี้เองที่ทำให้บทบาทของพรรคภูมิใจไทยและของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการจับตามองอย่างเป็นพิเศษ
เหมือนกับเป็นความหวังใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ต้องยอมรับว่าการดำรงอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แนบแน่นอยู่กับความเป็นเอกภาพภายในของ ‘กลุ่ม 3 ป.’ ผ่านกระบวนการของพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อเกิดสถานการณ์บิดเบี้ยวจาก ‘กรณีเดือนกันยายน’ ก่อให้เกิดความตระหนกอย่างใหญ่หลวงในทางการเมือง
มีความคิด 2 ความคิดเกิดขึ้นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นก็คือ 1 จะเดินหน้าไปจัดการกับพรรคพลังประชารัฐอย่างไร 1 หากหวังไม่ได้กับพรรคพลังประชารัฐจะทำอย่างไร
ทางเลือกที่มีการตระเตรียมพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงพรรคไทยสร้างสรรค์ สะท้อนทิศทางใหม่
สมการนี้จึงมีพรรคภูมิใจไทยเป็นองค์ประกอบหนึ่งรวมอยู่ด้วย
คำประกาศของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้หลักประกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำรงอำนาจต่อไปจนครบวาระในเดือนมีนาคม 2566 จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง
สะท้อนบทบาทของพรรคภูมิใจไทยว่าสำคัญเพียงใด
แต่ละจังหวะก้าวของพรรคภูมิใจไทยผ่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงได้รับความสนใจและนำไปสู่ข่าวลือตามมามากมาย
รวมถึงทิศทางของพรป.เลือกตั้งและพรรคการเมืองด้วย

