หน้าแรก การเมือง สุเทพ เปิดหน้...

สุเทพ เปิดหน้าหนุน ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯได้อีกครั้ง ในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า อ้างถ่วงดุลนักการเมือง

24.02.22 | 15:50 น.

‘สุเทพ’ บอกชัดไม่เห็นด้วยแก้ รธน. ‘ลดอำนาจ ส.ว.’ พร้อมระบุบัตร ลต. 2 ใบเหมือน ‘ซื้อเหล้าแถมเบียร์’ ตัวสร้างปัญหาให้ประเทศ เรียกร้อง ปชช.ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของ ‘พรรคการเมือง-นักการเมือง’ เผลอไม่ได้ อาจทำ ปท.มีปัญหา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 15.00 น. เฟซบุ๊กส่วนตัว “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ได้เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP.19 โดยนายสุเทพกล่าวว่า วันนี้จะมาพูดเรื่องการเมืองในรัฐสภาในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่ให้ความสนใจมาก คือที่มีผู้เสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะลดอำนาจวุฒิสมาชิก และเพื่อไม่ต้องการให้วุฒิฯมีสิทธิที่จะลงคะแนนเลือกนายกฯคนต่อไปหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น ตรงนี้มีคนพยายามมาก อยากจะบอกว่าตอนที่เขาร่าง รธน.ฉบับนี้ประชาชนทั้งหลายเรียกร้องจะต้องมีการปฏิรูปการเมือง และ รธน.ฉบับนี้คณะกรรมการร่าง รธน.ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้ทำงานกันอย่างหนัก และเห็นว่านี่คือการปฏิรูปการเมืองของประเทศไทยที่สำคัญการที่มีบทบัญญัติในมาตราต่างๆ ที่ รธน.ฉบับนี้เขียนไว้ในประเด็นต่างๆ เป็นการปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญ

นายสุเทพกล่าวต่อว่า เมื่อพูดถึงวุฒิสมาชิกใน รธน.ปี 2560 ในมาตรา 107 เขากำหนดให้มีวุฒิสมาชิก 200 คน และมาจากการเลือกตั้งของประชาชน จากกลุ่มอาชีพต่างๆ เลือกกันเอง และคนพวกนี้ต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองและต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่เคยเป็นรัฐมนตรี หรือ ส.ส. หรือถ้าเคยเป็นมาแล้วต้องทิ้งช่วงอย่างน้อย 5 ปี หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่าตัดวุฒิสมาชิกออกจากความเกี่ยวข้องกับทางการเมือง หรือพรรคการเมืองและวุฒิสมาชิกเหล่านี้จะไปทำหน้าที่สำคัญหลายประการ เช่น ไปเลือกคณะกรรมการต่างๆ เช่น กรรมการสิทธิมนุษยชน กรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งกรรมการ กกต. เพราะหากปล่อยให้ผู้แทนไปเลือกกันเองกรรมการพวกนี้ก็จะไม่มีความเป็นกลาง ใช้ไม่ได้ นี่คือการพูดถึงหลักการใน รธน.ความเป็นกลางของวุฒิสมาชิกและวุฒิฯเป็นได้หนเดียว เลือกตั้งเสร็จเข้าไปอยู่ มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี แต่เป็นไปครั้งเดียว ประชาชนเดินไปทำหน้าที่ประชาชนในสภาครั้งเดียวแล้วกลับบ้านเลย ไม่ได้เป็นอีกแล้ว ไม่เป็นวุฒิฯอาชีพ ไม่ใช่แบบนักการเมือง ตนชอบนะ และประชาชนส่วนใหญ่ก็ชอบ นี่จะเป็นการถ่วงดุลอำนาจของผู้แทนฯ เรามีประสบการณ์กันมาแล้วว่ามีผู้แทนฯหลายๆ พรรคเข้าไปบางทีแล้วรวมหัวกันกลายเป็นแก๊งที่มีเสียงมากที่สุดในสภา ออกกฎหมายล้างความผิดให้โจรก็ทำมาแล้วเลย บ้านเมืองวุ่นวาย เราไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นอีก

นายสุเทพกล่าวว่า จุดนี้เขาคงไม่เอามาวิพากษ์วิจารณ์หรือพยายามแก้ แต่บังเอิญใน รธน.ในบทเฉพาะกาลเขียนเอาไว้ว่าในช่วง 5 ปีแรกให้วุฒิฯร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ตรงนี้ที่พรรคการเมืองและนักการเมืองทั้งหลายไม่ชอบ แต่ตนชอบ และเชื่อว่าประชาชนต้องชอบ และจากการดูการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ทำคิดแต่เรื่องตัวเอง คิดถึงแต่เจ้าของทุนและเจ้าของพรรค ไม่ได้คิดถึงเรื่องของประเทศชาติหรือ ประชาชน เพราะฉะนั้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อตนก็ยังเห็นด้วยกับผู้ร่าง รธน.ที่กำหนดบทเฉพาะกาลบทนี้ไว้ว่าใน 5 ปีแรกคนที่จะเป็นนายกฯให้วุฒิสมาชิกเลือกด้วย บังเอิญว่าในการเลือกวุฒิฯชุดปัจจุบันไม่ได้เลือกตามวิธีที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติปกติ ที่กำหนดให้ประชาชนอาชีพต่างๆ เลือกกันเอง ในบทเฉพาะกาลนี้เขาให้มาจากกรรมการสรรหา แล้วให้ คสช.เป็นคนเลือกอีกทีจากกรรมการสรรหา มี 250 คน ตรงนี้เลยทำให้ฝ่ายที่ไม่พอใจรู้สึกว่าเป็นประเด็นที่เขาจะเอามาโจมตีได้

Advertisement

“ผมไม่รู้จักและไม่มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับท่านวุฒิสมาชิกที่อยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ ไม่เคยไปหา หรือไปคุย แต่ติดตามการทำงาน เห็นว่าในสถานการณ์อย่างนี้ใช้ได้ แต่ก็ยังหวังว่าเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น ในการเลือกตั้งนายกฯหลังการเลือกตั้งทั่วไปคราวหน้าก็ยังอยากให้วุฒิฯชุดนี้ได้มีส่วนในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้เป็นการคานอำนาจของผู้แทนราษฎร ซึ่งเราไม่ค่อยสบายใจเท่าไรในภาพที่เขาแสดงกันออกมา และในระยะเปลี่ยนผ่านเราจำเป็นต้องมีคณะบุคคลบางกลุ่มบางส่วนที่จะต้องคอยคานอำนาจจนกว่าทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยเรียบร้อย และเมื่อพ้น 5 ปีนี้ และเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่อีกหน วุฒิสมาชิกที่มีสิทธิเลือกนายกฯอีกหนเดียว” นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวต่อว่า การที่ยกเอาประเด็นนี้มาคุยเพราะรู้ว่าเขาคงแก้ไม่ได้ เพราะการแก้ไข รธน.จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน และที่ยกขึ้นมาก็เพื่อให้พี่น้องได้ติดตามว่า ไม่ว่าเขาจะคิดเรื่องอะไร เรื่อง รธน.เรามีความคิด ความเห็น เราต้องร่วมแสดงความคิดความเห็นด้วย มิฉะนั้นเผลอแป๊บเดียว สิ่งที่เราคาดว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองถูกแก้ ถูกเปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้ปฏิรูปอีก ย้อนรอยถอยหลังอีก ยกตัวอย่างเช่น รธน.กำหนดให้การเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกพรรค ใบหนึ่งเลือก ส.ส. นี่เป็นของเก่าที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติมาแล้ว พอมา รธน.ฉบับนี้เขาจึงไม่เอา เขียนให้มีการเลือกตั้งใช้บัตรเพียงใบเดียว เป็นเหตุให้พรรคการเมืองและนักการเมืองไม่ชอบ ที่เขาชอบคือซื้อเหล้าแถมเบียร์ คือเลือกผู้แทนเขตแล้วอีกบัตรเลือกพรรค กินรวบเลยเหมือนซื้อเหล้าแถมเบียร์ อันนี้อันตรายสำหรับประเทศ เราเคยเห็นพรรคการเองที่มีอำนาจเด็ดขาด เพราะเหตุว่ามีเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จในสภาทำอะไรก็ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ฉ้อโกงทุจริตคอร์รัปชั่น ออกกฎหมายเพื่อพวกพ้องทำมาแล้วทั้งนั้น ตนไม่เห็นด้วย แต่ตอนนั้นเราเผลอไป ประชาชนไม่ได้เคลื่อนไหว ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านสุมหัวกันแก้เรื่องนี้เพื่อสมประโยชน์ของฝ่ายการเมืองทั้งนั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประเทศหรือประชาชน

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ตอนนี้สัปดาห์นี้กำลังแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับ รธน.จากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ ทุกความเคลื่อนไหวของนักการเมือง ทุกความเคลื่อนไหวพรรคการเมือง ทุกความเคลื่อนไหวสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา เราต้องติดตามเรา ต้องสนใจ เผลอไม่ได้ เผลอเดี๋ยวไปแก้ตรงนั้นตรงนี้ทำปู้ยี่ปู้ยำ สิ่งที่เราคิดอยากจะเห็นการปฏิรูปการเมืองเห็นการเมืองเจริญไปข้างหน้า เห็นการเมืองที่ทำให้บ้านมืองมีความผาสุก มีความเจริญไปข้างหน้ามันจะสะดุดลงได้ เพราะฉะนั้นเราต้องติดตาม ตนก็จะติดตามไม่ปล่อยปละละเลย บ้านเมืองเป็นของเราเราต้องติดตาม