องค์กรด้านสิทธิ 5 แห่ง นำโดยสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือ สสส. เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้นำผู้กระทำผิดค้ามนุษย์โรฮีนจาที่ยังลอยนวล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและขจัดการค้ามนุษย์โรฮีนจาที่ยังเติบโตอยู่ในปัจจุบัน หลัง ส.ส.พรรคก้าวไกล ตีแผ่ในสภา ถึงปัญหาของการค้ามนุษย์โรฮีนจาพื้นที่ สภ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ที่ทำให้ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาจบชีวิต และทำให้ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีในขณะนั้น ต้องลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย แม้ว่าผู้เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งถูกลงโทษ แต่การสืบสาวไปถึงผู้ค้ามนุษย์ระดับสูง ชะงักงัน ขบวนการค้ามนุษย์ยังเติบโต การนำชาวโรฮีนจาเข้ามาอย่างผิดกฎหมายยังมีอยู่
การที่ขบวนการค้ามนุษย์ยังดำเนินการอยู่ได้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนร่วม ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใช้อำนาจหน้าที่สานต่อการดำเนินคดีการค้ามนุษย์ดังกล่าวในพื้นที่ จ.สงขลา ที่สะดุดหยุดลงไปเมื่อปี 2558 และติดตามเส้นทางการค้ามนุษย์ในภาคใต้กับภาคตะวันตกทุกจังหวัด เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างถอนรากถอนโคน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ ข้อมูลเชิงลึกถึงสาเหตุที่ทำให้การค้ามนุษย์ และการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมาย ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และสอบว่าใครอยู่เบื้องหลัง ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอ ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
หนังสือของ 5 องค์กรยังเรียกร้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำคดีค้ามนุษย์ คุ้มครองความปลอดภัยผู้ปฏิบัติงานทุกคน จากการถูกข่มขู่ คุกคามโดยผู้มีอิทธิพล เป็นเหตุให้อยู่ในประเทศไม่ได้ หรือถูกกลั่นแกล้งในหน้าที่การงาน ขณะที่รัฐบาลต้องมีมาตรการป้องกันปัญหา ปราบปรามผู้กระทำผิดทุกระดับอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นความพยายามในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ฯลฯ นั่นคือสาระและข้อเสนอแนะบางส่วนจากองค์กรด้านสิทธิ ซึ่งรัฐบาลควรดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อขยายผลจากการสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.ต.ปวีณ และพร้อมกันนี้ ควรหาทางให้ความเป็นธรรมและความปลอดภัยกับ พล.ต.ต.ปวีณด้วย

