บทนำมติชน : วิธีการเลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทของการบริหารประเทศในทุกด้าน รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับที่ 20 ที่ยกร่างโดยกรรมการยกร่างที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร 2557 ภายใต้บรรยากาศของรัฐประหาร 2557 และใช้วิธีการลงประชามติ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่า ประชาชนให้ความเห็นชอบแล้ว ทั้งที่เป็นการลงประชามติที่มีการจำกัดการแสดงออกของประชาชนอย่างเข้มงวด เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามที่ระบุกันในแวดวงกลุ่มอำนาจว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อพวกเรา
รัฐธรรมนูญ 2560 มีบทเฉพาะกาลกำหนดให้ 250 ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง มีอำนาจลงมติกำหนดตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งในอดีตเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น และการกำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ประชาชนโหวตเลือก ส.ส.เขต จากพรรคใดก็ตาม จะทำให้พรรคการเมืองนั้น ได้คะแนนบัญชีรายชื่อไปด้วย จากนั้นคำนวณตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำให้พรรคขนาดใหญ่ที่ได้ ส.ส.เขต จำนวนมากแล้ว หมดสิทธิได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังกรณีพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตจากการเลือกตั้ง 2562 จำนวน 136 คน แต่ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อีก ขณะที่พรรคที่ได้ ส.ส.เขตน้อยกว่าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่ม จึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญผลคือ การแก้ไขลดอำนาจ ส.ว.ถูกตีตก ผ่านเฉพาะร่างที่เสนอให้กลับมาใช้บัตร 2 ใบ อย่างไรก็ตาม เกิดกระแสว่า วิธีนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมายิ่งใหญ่อีก ส่วนพรรคอื่นจะได้ประโยชน์น้อยกว่า เกิดการผลักดันให้ย้อนกลับไปใช้ระบบบัตรใบเดียวดังเดิมอีก ด้วยข้ออ้างว่าจะช่วยพรรคเล็กให้ได้ ส.ส.
เข้าสภา
ส.ส.พรรครัฐบาลหลายคนยืนยันว่า ความเป็นไปได้ที่จะกลับไปใช้บัตรใบเดียวอีกครั้งเป็นเรื่องยาก เพราะต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ต้องมี ส.ส.ไปเข้าชื่อเสนอให้มีบัตรใบเดียว ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ความพยายามปล่อยข่าวใช้บัตรใบเดียวต่อไปยังปรากฏอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากการประเมินว่า หากใช้บัตร 2 ใบ พรรคแกนนำรัฐบาลอาจเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้งจากความไม่พร้อมหลายประการ และจะกลายเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทย ประเด็นนี้จึงท้าทาย ส.ส.ทั้งสภา ว่าจะเลือกแนวทางไหน และด้วยเหตุผลใดเหตุผลส่วนตัวหรือส่วนรวม

