“คณะก้าวหน้า” จัดสัมมนา นายก อบต. ลุยพัฒนาท้องถิ่น “ธนาธร” ลั่น ชีวิตคนไทยดีกว่านี้ได้ ด้าน “ปิยบุตร” ชี้ “ก้าวไกล-ก้าวหน้า” ร่วมประสานยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค เตรียมคิกออฟล่ารายชื่อแก้รธน.หมวด 14 เดือน เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ จ.ขอนแก่น คณะก้าวหน้า จัดงานสัมมนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ของคณะก้าวหน้า โดยมีทั้งนายก อบต. ที่เพิ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ร่วมกับฝ่ายนโยบาย และผู้ประสานงานท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการบริหารงานท้องถิ่น เพื่อเดินหน้าไปสู่การพัฒนาทุกท้องถิ่นที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน โดยในการประชุมครั้งนี้ แกนนำคณะก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธารคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการฯ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารฯ นายไกลก้อง ไวทยการ ผู้อำนายการนโยบายท้องถิ่น น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ แกนนำคณะก้าวหน้า นายชำนาญ จันทร์เรือง แกนนำคณะก้าวหน้า ได้ร่วมการบรรยายและรับฟังการสัมนาในวันนี้ด้วย
โดยนายธนาธร กล่าวว่า จากการได้ร่วมทำงานกับนายกเทศมนตรีและนายก อบต.ของคณะก้าวหน้า ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ตนได้เห็นความยากลำบากของประชาชนในท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นในการกำหนดนโยบายและการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองอย่างชัดเจนขึ้น ท้องถิ่นในต่างประเทศมีบทบาทสูงมากในการทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเกิดขึ้นจริงได้ และไม่ใช่เรื่องของความฝัน แต่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในประเทศไทย
นายธนาธร กล่าวต่อว่า คณะก้าวหน้าทำให้เห็นแล้วว่า น้ำประปาดื่มได้ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องของความฝัน แต่เป็นความจริง อ้างอิงวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เก็บสถิติทุกวัน เปิดให้ประชาชนเห็นในเว็บทุกวัน เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้ประชาชนจำนวนมากกลับมาเชื่อว่า ประเทศไทยดีกว่านี้ได้ และเรื่องน้ำประปาดื่มได้ ไม่ใช่เรื่องที่เราไม่มีองค์ความรู้หรืองบประมาณที่จะทำ ประเทศไทยมี 7,000 กว่า อปท. ขอแค่ที่ละ 5 ล้านบาท หรือประมาณ 35,000 ล้านบาททั่วประเทศ ก็สามารถทำให้น้ำประปาดื่มได้ทั่วไทยแล้ว บ่อขยะก็เช่นกัน บ่อขยะมากกว่า 80% ของประเทศไทยผิดหลักสุขาภิบาล เราควรดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีกว่านี้ได้ เรามีทั้งความรู้และงบประมาณเพียงพอ ตนขอแค่ 10 ล้านบาทต่อ อปท. หรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เราสามารถสร้างบ่อขยะที่มีคุณภาพทั่วประเทศได้ ทั้งหมดนี้คือการลงทุนที่ถูกมาก ใช้งบประมาณเพียง 1% ของงบประมาณแผ่นดินประจำปีในการลงทุน ก็ทำให้บ้านเมืองเราดีกว่านี้ได้แล้ว
“ผู้บริหารท้องถิ่นที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ ผมเชื่อว่ามีความเชื่อเดียวกัน ว่าบ้านเมืองของเราดีกว่านี้ได้ เป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ได้ ให้ความเจริญเกิดขึ้นที่ท้องถิ่น ประชาชนไม่ต้องไปหางานทำถึงที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี เราไม่เชื่อว่าอะไร ๆ ก็เป็นไปไม่ได้ ผมเชื่อว่าทุกคนมีความเชื่อเหมือนผม ว่าอยากให้ชีวิตคนไทยมีคุณภาพมากกว่านี้ มันเปลี่ยนแปลงได้ 4 ปีหลังจากนี้ เชิญทุกท่านร่วมทางไปกับเรา ทุกท่านอ้างได้เต็มปากว่าเป็นตัวแทนของประชาชน และนั่นคือเหตุว่าทำไมอาชีพนี้ถึงมีเกียรติ เพราะประชาชนไว้วางใจมอบอำนาจให้ทุกท่านมาบริหารบ้านเมือง ใช้ 4 ปีนี้ให้เป็นประโยชน์ เด็ดเดี่ยวต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม ไม่ว่าจะอยู่ใน อปท.ของท่าน หรือมาจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และขอให้เราเชื่อในความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ร่วมเดินทางไปด้วยกัน” นายธนาธร กล่าว
ด้านนานปิยบุตร กล่าวว่า ตั้งแต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่ นโยบายยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นนโยบายเรือธงของเรามาโดยตลอด เพราะเราได้เห็นแล้วว่าที่ผ่านมาระบอบรัฐราชการรวมศูนย์ได้ขัดขวางโอกาสการพัฒนาประเทศและท้องถิ่นมากขนาดไหน อีกทั้งการกระจายอำนาจแบบ คสช.ในปัจจุบัน ก็ยังเป็นการกระจายอำนาจเชิงเครือข่ายและระบบอุปถัมภ์ ไม่ใช่การกระจายอำนาจอย่างจริงใจ บีบบังคับให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องวิ่งเข้าหางบประมาณจากส่วนราชการที่มีอำนาจและงบประมาณ และยังมีการกระจายระบบราชการออกไปในท้องถิ่น ควบคุมการบริหารท้องถิ่นในทุกด้าน
“ผมเชื่อมั่นว่าการกระจายอำนาจจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง หากพรรคก้าวไกลเพื่อนของเราได้เป็นรัฐบาล ส่วนคณะก้าวหน้า ก็จะต้องทำงานการรณรงค์อีกขาหนึ่ง ทั้งในการทำการเมืองท้องถิ่นให้มีคุณภาพ และการแก้ไขกฎหมายเพื่อการกระจายอำนาจ ซึ่งวันใดที่พรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล และคณะก้าวหน้ารณรงค์เป็นผลสำเร็จ ทั้งสองฝั่งก็จะมาเจอกันที่ปลายทางในที่สุด ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลจะต้องเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยคนสุดท้ายที่ได้ดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องเป็นรัฐมนตรีคมนาคมคนสุดท้ายที่ได้คุมดูแลกรมทางหลวงชนบท เพราะหลังจากนั้นรัฐมนตรีเหล่านี้จะเป็นผู้นำเอาอำนาจนี้คืนให้ท้องถิ่นทั้งหมด ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มีพรรคไหนที่มีนักการเมืองที่จะทำแบบนี้” นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ตนเสนอข้อปลดล็อกท้องถิ่นไทย ผ่านการแก้ไขกฎหมายทั้งในระดับรัฐธรรมนูญและกฎหมายลำดับรองลงมา เพื่อเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น ลดอำนาจของรัฐราชการส่วนกลางลง สะสางอำนาจที่ทับซ้อนกัน และกฎหมายที่ขัดแย้งกับอำนาจของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่เป้าหมายปลายทาง นั่นคือการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคภายในอย่างเร็ว 5 ปี อย่างช้าไม่เกิน 10 ปี โดยคณะก้าวหน้าจะมีการเปิดรณรงค์เข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่นในวันที่ 1 เมษายนนี้ ตนต้องขอแรงนายก อบต.ของคณะก้าวหน้าทุกคน ร่วมกันรณรงค์กับประชาชนในอนาคตข้างหน้า เพื่อให้ท้องถิ่นได้ทวงคืนอำนาจจากรัฐราชการรวมศูนย์กลับมาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมนาจะมีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยจะมีการบรรยายถอดประสบการณ์จากการบริหารงานท้องถิ่นที่ผ่านมา ทั้งในระดับเทศบาลและ อบต. ทั้งในด้านงานบริหาร งานสภาท้องถิ่น การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ทั้งระบบน้ำประปา การจัดการขยะ และการพัฒนาพื้นที่ในระดับท้องถิ่น เป็นต้น


