‘วิโรจน์’ ข้องใจ เหตุสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุด กทม.ตรวจรับงานมาได้อย่างไร ฉะผู้ว่าฯ กลัวเหยียบตาปลานายทุน แนะเอาผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบรับงานครั้งใหม่ ชี้ ปชช.ไม่เชื่อใจแล้ว
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสะพานข้ามคลองเคล็ด ถนนอุดมสุข ทรุดตัว จากอุโมงค์ระบายน้ำที่เพิ่งเปิดใช้งาน ว่า ความจริงแล้ว โครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน มีอยู่หลายจุดมาก และจากการพูดคุยสอบถามพบว่า เลยกำหนดตามสัญญา เคยมีการทวงถาม และไม่มีการปรับผู้รับเหมา คำถามคือทำไมถึงไม่ปรับผู้รับเหมา และจะเลตไปถึงเมื่อไหร่ ซึ่งไม่มีการประกาศอย่างชัดเจน สำหรับกรณีสะพานข้ามคลองเคล็ด เท่าที่สอบถามเจ้าหน้าที่หน้างาน พบว่าปัญหาน่าจะเกิดจากรอยแตกระหว่างช่องชาร์ปกับตัวอุโมงค์ คำถามคือมีการรายงานปัญหานี้ก่อนส่งมอบงานหรือไม่ และถ้ารายงาน มีการซ่อมแก้ไขตรวจสอบซ้ำให้มั่นใจแล้วหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ ไซต์อื่นๆ ที่จะส่งมอบงาน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณตรวจสอบงานได้ดี
นายวิโรจน์กล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น 1.สำนักการโยธาและโยธาเขต ทำไมไม่ทำงานเชิงรุกในการกวดขันเร่งรัดการก่อสร้างให้เสร็จตามกำหนด การตรวจสอบการรับงาน และเรื่องความปลอดภัย และ 2.ทำไมผู้ว่าฯกทม. ไม่เรียกนายทุนผู้รับเหมามาเคลียร์ ซึ่งจุดดังกล่าวเพิ่งคืนพื้นถนนประมาณ 2 สัปดาห์ คำถามคือไปตรวจรับงานกันมาได้อย่างไร แล้วจุดอื่นๆ ที่ดีเลย์ล่าช้า ทำไมไม่เร่งรัดงาน และถ้ามีการเร่งรัดงานจะเกิดปัญหาเช่นนี้อีกหรือไม่ นอกจากนี้ น่าแปลกที่งบประมาณของสำนักการระบายน้ำ 580 ล้านบาท เมื่อหักเงินเดือนบุคลากรไปแล้ว เหลืออยู่แค่ 117 ล้านบาท ซึ่งแต่ละเขตจะมีงบสำหรับบำรุงรักษาท่อระบายน้ำประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อรวมแล้วงบจะประมาณ 300 กว่าล้านบาทเท่านั้น แต่ปรากฏว่างบอุโมงค์ระบายน้ำมีถึง 2,000 กว่าล้านบาทต่อปี และมันก็สร้างไม่เสร็จเสียที
“ไม่ว่าจะทางเท้าหรืออุโมงค์ระบายน้ำ การออกแบบทางวิศวกรรม การควบคุมการก่อสร้างทางวิศวกรรม เราทำให้ดีได้ แต่วันนี้คำถามคือการก่อสร้างสุจริตหรือไม่ การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใสหรือไม่ หรือถูกระบบคอร์รัปชั่นระบบเงินทอนกัดกินอีกแล้วหรือไม่ ผู้ว่าฯกทม.เกรงใจหรือเกรงกลัวนายทุนผู้รับเหมา กลัวที่จะไปเหยียบตาปลาหรือชนตอกับนายทุนผู้รับเหมาอยู่หรือไม่” นายวิโรจน์กล่าว
นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า การตรวจรับงานรอบใหม่ภายหลังจากการซ่อมครั้งนี้ คงจะต้องนำบุคคลที่สามที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าไปร่วมตรวจสอบด้วย เช่น ผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย หรือสภาวิศวกร เพราะประชาชนไม่ไว้ใจแล้ว นอกจากนี้ ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตัวอุโมงค์และที่ถนนเท่านั้น แต่ยังมีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่อาศัยอยู่สองฟากถนนด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์ มีการเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ ถ้ามีปัญหาคุณเข้าไปชดเชยแก้ไขให้เขาหรือไม่ และยังมีคนตัวเล็กตัวน้อยที่สูญเสียรถอุปกรณ์ทำมาหากินไปกับการถล่มลงมาของสะพาน คุณก็ต้องจ่ายชดเชยให้เขาด้วย บางคนบ้านหายไปทั้งหลัง คุณก็จะต้องไปสร้างชดใช้เขา ยืนยันว่าไม่ใช่ กทม.ปล่อยให้เอกชนไปฟ้องผู้รับเหมา แต่ กทม.ต้องเป็นตัวแทนประชาชนเรียกร้องให้ผู้รับเหมาเข้ามารับผิดชอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ สำหรับอุโมงค์จุดอื่นๆ ต้องเรียกร้องให้สำนักการโยธาเข้าไปตรวจสอบเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย เวลาจะตรวจรับงานต้องคุมเข้ม แต่ที่สำคัญคือการเร่งรัดการก่อสร้างและปรับผู้รับเหมาที่ล่าช้า

