142 คนไทย อพยพจาก ‘ยูเครน’ บินถึงไทยวันนี้ ‘บิ๊กตู่’ เจอกดดัน-ขอเป็นกลางปมขัดแย้ง ‘รัสเซีย-ยูเครน’ ยึดหลักกลไกอาเซียน
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบางประเทศอยากให้ไทยแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ว่าเรื่องดังกล่าวได้ประชุมไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นการเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และจะทำยังไงให้สงครามและความรุนแรงนั้นมันยุติลงให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบกันทั้งโลกหลายมิติด้วยกัน ไทยต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวัง ใช้กลไกการต่างประเทศ กลไกของอาเซียนดำเนินการ
“พูดแล้วว่าเป็นเรื่องของอาเซียน เป็นเรื่องของภูมิภาค เพราะฉะนั้น เราต้องรักษาสมดุลตรงนี้ไว้ให้ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเป็นห่วงเป็นใยในชีวิตประชาชนทุกประเทศให้ปลอดภัย และวันนี้คือทำยังไงให้คนไทยนั้นปลอดภัย และทำยังไงที่จะสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ ให้มันจบสิ้นให้ได้โดยเร็ว เพราะไม่ได้มีอะไรดีกับใครทั้งนั้น”นายกฯกล่าว
ผู้สื่อข่ายรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาหารือถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน นานที่สุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขณะนี้มีความกดดันจะให้ไทยเข้าข้างสหภาพยุโรป (อียู) แต่หากจะทำอะไรเราต้องคิดถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย ที่มีมาอย่างยาวนานด้วย โดยประเทศในอียูไม่รู้รายละเอียดความสัมพันธ์ที่ไทยมี จึงต้องคิดอย่างละเอียดและรอบคอบ ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า อียูรุกไทยอย่างมากว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งมีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว ทำให้นายกฯ กล่าวสรุปว่า เราต้องสุขุมและรอบคอบในการตัดสินใจ และภาพรวมในการหารือ คือต้องการให้ไทยวางตัวเป็นกลาง และเร่งนำคนไทยในพื้นที่ดังกล่าวกลับมาโดยเร็ว
เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ รายงานการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ช่วยคนไทยอีก 43 คน อพยพออกจากยูเครนเข้ามายังโปแลนด์โดยสวัสดิภาพแล้วรอเดินทางกลับไทยต่อไป ขณะนี้คนไทยออกนอกยูเครนแล้วจำนวน 142 คน ส่วนการนำคนไทยกลับประเทศแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 จำนวน 38 คน เดินทางโดยเครื่องบินออกจากกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ในวันที่ 1 มีนาคม ถึงประเทศไทยในวันที่ 2 มีนาคม 2565 โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG923 เวลา 06.25 น. ขณะที่คนไทยชุดที่ 2 จำนวน 58 คน เดินทางโดยเครื่องบินออกจากกรุงวอร์ซอ ในวันที่ 1 มีนาคม ถึงประเทศไทยในวันที่ 2 มีนาคม โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK384 เวลา 12.05 น.

