‘ชูศักดิ์’ ยันไม่เอาไพบูลย์ นั่งปธ.กมธ. ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นวิธีทำงาน

2.03.22 | 17:01 น.
แฟ้มภาพ

“ชูศักดิ์” บอก โหวตประธานกมธ. เป็นเรื่องของหลักการ-วิธีการทำงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เตรียมแปรญัตติปมบัตรเดียวเบอร์เดียว-ค่าบำรุงสมาชิกพรรค

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กมธ.เสียงข้างมากโหวตให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกมธ. ว่า ต้องบอกว่า โดยส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายไพบูลย์ ที่ตัดสินใจเป็นเรื่องของหลักการทำงานที่ไม่ตรงกันมากกว่า เพราะกมธ.หลายๆ ท่านได้สัมผัสการทำงานร่วมกันมาแล้ว ตั้งแต่ท่านเป็นประธานกมธ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรวมเราก็รู้อยู่ว่าโอกาสที่จะชนะเป็นไปโดยยากลำบากอยู่แล้ว เพราะฝ่ายรัฐบาลมีทั้งตัวแทนจาก ครม. พรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ว. ซึ่งก็ต้องสันนิฐานว่า คงจะเอนเอียงไปทางรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นว่า พบว่า กระแสไม่ยอมรับในซีกของรัฐบาล มีอยู่และมีแนวโน้มอาจจะลงแข่ง มีการเอ่ยชื่อคนมาหลายคน ประกอบกับหัวหน้าพรรคพท.ได้ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า หากรัฐบาลเสนอรัฐมนตรีมาเป็นประธาน โดยมารยาทเราน่าจะให้เกียรติ และยอมไปตามนั้น แต่ก็ไม่แน่นอนว่า อย่างไรแน่ จนพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำฝ่ายค้านก็บอกว่า ถ้าไม่มีใครแข่งเราจะแข่ง เพื่อแสดงจุดยืนของเรา แม้รู้ว่าอาจจะแพ้ก็ตาม ในที่สุดในเช้าวันลงมติกมธ.ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงได้ชัดเจนว่า มีการทาบทามนายสาธิต เราจึงเห็นร่วมกันว่า ถ้าท่านรับก็จะโหวตสนับสนุน เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะชนะได้ และในที่สุดก็ชนะจริงๆ ก็ต้องบอกว่า มีผู้ไม่มาประชุมลงมติถึง 6 เสียง ถ้ามาผลอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ ตนคิดว่า ให้จบกันไป ต่อไปนี้ก็ร่วมกันทำงานให้กฎหมายออกมาดีและเป็นธรรมที่สุด

เมื่อถามว่า พรรคพท.ตั้งเป้าจะแปรญัตติอะไรหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ตนเข้าใจว่า คงมีประเด็นที่อาจโต้เถียงกันพอสมควร เช่น กรณีของกฎหมายเลือกตั้ง คงต้องคุยกันหนักเรื่องเบอร์เดียวกัน ทางฝ่ายรัฐบาลให้เป็นคนละเบอร์ เราเห็นว่า ให้เป็นเบอร์เดียวกันเพื่อความสะดวก และเคยใช้มาแล้วเมื่อเลือกตั้งตอนรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2554 ส่วนกฎหมายพรรคการเมืองมีประเด็นที่พรรคพท.ยกเลิกการให้เรียกเก็บค่าบำรุงพรรค ถ้าอยากจะเก็บให้ไปกำหนดในข้อบังคับ แต่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลดูจะยังเก็บอยู่ปีละ 20 บาท ที่น่าจะถกเถียงกันมาก คือ การมีตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และวิธีการทำไพรมารี รัฐบาลไม่ได้เสนอประเด็นนี้ แต่ให้ใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก ดูแล้วจะทำเพียงการรับฟังความเห็น มิได้ให้สมาชิกมาลงคะแนนโหวตกันเหมือนกฎหมายปัจจุบันที่มีอยู่ เรื่องอื่นๆ ก็ไม่น่าจะมีประเด็นอะไรมากนัก