“พิธา” ชื่นชม “กต.ไทย” เลือกยืนข้างที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์

3.03.22 | 10:52 น.

“พิธา” ชื่นชม “กต.ไทย” เลือกยืนข้างที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์

จากกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ทวิตข้อความเมนชั่นถึงทวิตเตอร์ทางการของกระทรวงการต่างประเทศไทย หวังว่าไทยจะแสดงจุดยืนที่ถูกต้องเรื่องยูเครน โดย ระบุว่าอีกไม่นาน สมาชิก UN 193 ประเทศจะลงมติในกรณีการรุกรานยูเครนเพื่อต่อต้านสงคราม การรุกรานอธิปไตยชาติอื่นและให้ยุติการใช้กำลังในทันที ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงการต่างประเทศ จะแสดงจุดยืนที่ถูกต้อง รับร่างข้อมติในที่ประชุมเร่งด่วนสมัยพิเศษของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA)

การลงมติครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ทางการทูต โดยเป็นการประชุมเร่งด่วนสมัยพิเศษของ UNGA ครั้งที่ 11 เท่านั้นในรอบ 80 ปี Switzerland ที่เป็นกลางมาตลอดหลายร้อยปียังออกมาแสดงจุดยืน นี่คือวิกฤตครั้งใหญ่ของ UN ยุโรป และของโลก และนี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของประเทศไทย  you can do better for the sake of humanity.  คุณทำได้ดีกว่านี้ เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ

ล่าสุดวันที่ 3 มี.ค.  หลังทราบผลการลงมติ นายพิธา ทวิตข้อความว่า  “ผมขอขอบคุณและชื่นชม กระทรวงการต่างประเทศ ที่เลือกยืนข้างที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ในการลงคะแนนเสียงรับรองข้อมติ UNGA ประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซียและเรียกร้องให้หยุดการใช้กำลังทางทหาร  ขอเอาใจช่วยพี่น้องชาวไทยในยูเครนและประชาชนชาวยูเครนในประเทศใกล้เคียงให้ปลอดภัยจากภัยสงครามในครั้งนี้ครับ”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2 มีนาคมที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษ (ยูเอ็นจีเอ) ที่ได้มีการหารือกันถึงกรณีที่รัสเซียรุกรานยูเครนมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ลงมติประณามการกระทำดังกล่าวของรัสเซียแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีของโลกที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.
ชาติสมาชิกยูเอ็นได้ลงมติสนับสนุนการประณามรัสเซีย 141 ชาติ มี 5 ชาติที่โหวดคัดค้าน และงดออกเสียง 35 ชาติ ขณะที่ประเทศไทยก็ลงมติสนับสนุนข้อมติดังกล่าวเช่นกัน หลังจากผลการลงคะแนนดังกล่าวปรากฏขึ้นบนหน้าจอในที่ประชุม ทำให้ผู้แทนชาติสมาชิกบางประเทศลุกขึ้นยืน เพื่อแสดงความยินดีต่อมติที่ออกมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
.
ข้อมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัสเซียทำการถอนทหารทั้งหมดออกจากดินแดนของยูเครน ภายใต้พรมแดนที่ได้รับการรับรองโดยประชาคมระหว่างประเทศทันที ให้มีการถอนทหารออกทั้งหมด และโดยปราศจากเงื่อนไข
.
ถึงแม้ข้อมติดังกล่าวจะไม่มีผลผูกพันชาติสมาชิกในทางกฎหมาย แต่ถือว่ามีน้ำหนักในทางการเมืองเพราะสะท้อนถึงจุดยืนร่วมของประเทศส่วนใหญ่ แม้จะยังคงมีข้อสงสัยว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงการรุกรานทางทหารของรัสเซียในยูเครนได้หรือไม่ก็ตาม

Advertisement