หน้าแรก การเมือง เริ่มแล้ว &#8...

เริ่มแล้ว ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ ของ พท. ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมดันนโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า (มีคลิป)

8.03.22 | 13:05 น.

เริ่มแล้ว “นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า” ของ พท. “อุ๊งอิ๊ง” นำทีม เดินหน้าดันนโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดตัวงาน ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ เพื่อเผยแพร่การศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า โดยมีแกนนำของพรรค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาพรรคด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรค พท. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรค พท. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ส.ส. และสมาชิกพรรค พท.

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี ในปีนี้มีธีมรณรงค์ว่า #BreakTheBias ปลดแอก อคติ การเหมารวม การเลือกปฏิบัติ และการกระทำที่มาพร้อมกับอคติทางเพศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกสังคมต้องร่วมฝ่าฟันไปด้วยกัน เพื่อสังคม เพื่อประเทศ เพื่อโลกที่เสมอกว่า ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องการผลักดันในปัจจุบัน ในปีนี้พรรค พท.จึงได้งาน ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ เพื่อเผยแพร่การศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า รายละเอียดของการศึกษานโยบาย ทั้งแนวคิด งบประมาณ วิธีการดำเนินงาน โครงการนำร่องในพรรคเพื่อไทยโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นผ่านการชมนิทรรศการ และยังมีการจัดแสดงผลงานศิลปะเพื่อลดอคติที่มีต่อ ‘ผู้มีประจำเดือน’ และ ‘ผ้าอนามัย’ โดยศิลปินหญิง 3 คน ได้แก่ Juli baker and summer, Prim Issaree และ Pyra (ไพร่า) และตลอดเดือนมีนาคมจะมีการจัดเสวนาหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับผ้าอนามัย สิทธิแรงงาน และบทบาทของผู้หญิงในการต่อสู้ทางการเมือง เพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับผู้มีประจำเดือน ผ้าอนามัย ที่ควรต้องได้รับการตระหนักรู้ในทุกมิติ ตั้งแต่วันที่ 8-31 มีนาคม 2565 ณ ที่ทำการพรรค พท. พร้อมทั้งมีหนังสือออนไลน์ ‘กี บุ๊ก’ ให้ผู้ที่สนใจ แต่ไม่ได้มาชมนิทรรศการได้ศึกษาข้อมูลในรูปแบบออนไลน์ด้วย เมื่อนิทรรศการสิ้นสุดลง คณะทำงานจะมีการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาการศึกษานโยบายต่อไป

Advertisement

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวอีกว่า การศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ต้องการลดรายจ่ายของประชาชน มีแนวคิดทางสังคมที่ส่งเสริมความเสมอภาค ทั้งยังเป็นข้อพิสูจน์ว่า พรรคการเมืองสามารถผลักดันประเด็นทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับประเด็นทางสังคม ทำทั้งสองแนวทางได้ในนโยบายเดียว ทั้งนี้ที่ผ่านมาในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้หญิงให้มีความมั่นคงทางรายได้ ซึ่งกองทุนนั้นได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในศึกษานโยบายความเท่าเทียมทางเพศในปัจจุบัน ซึ่งการศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า ถือเป็นประตูบานใหญ่ที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับมุมมองใหม่ๆ เป็นบันไดขั้นแรกของการศึกษาอัตลักษณ์ที่หลากหลาย และจะส่งผลถึงการสร้างนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ด้านนางมุกดากล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่พรรคได้มีกระบวนการคิดและนำเสนอโครงการเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมทางสังคม และเศรษฐกิจในทุกมิติ ที่ผ่านมามีประชาชนเรื่องร้องเรียนมายัง กมธ.เกี่ยวกับผ้าอนามัย 14 ครั้ง กมธ.ได้พิจารณาและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติหลายครั้งเช่นกัน เพราะยิ่งสถานการณ์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้มีประจำเดือนได้รับผลกระทบต่อเนื่องรุนแรงมากขึ้น บางรายมีการนำผ้าขาวม้าใช้แทนผ้าอนามัย เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอ จึงมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ช่วยให้ผู้หญิงซึ่งถือเป็นประชากรของไทยกว่าครึ่งประเทศได้รับสวัสดิการที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ ประจำเดือนไม่ควรถูกผลักความรับผิดชอบให้เพศหญิงเท่านั้น พท.เดินหน้าศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า หลังผลการศึกษาพบทั้งชีวิตผู้หญิงต้องจ่ายค่าผ้าอนามัยเกือบ 2 แสนบาท

ขณะที่ นายชานันท์ ยอดหงษ์ ผู้รับผิดชอบนโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า พรรค พท. กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ศึกษาออกแบบโครงการ ‘ผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ (Free Pads for All) เนื่องจากตระหนักดีว่า ประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติตามเพศสรีระ ที่บ่งบอกถึงวัยเจริญพันธุ์ของมนุษย์ ประจำเดือนและการใช้ผ้าอนามัยจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และไม่ใช่ความรับผิดชอบของเพศใดเพศหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของสังคม ทั้งนี้ในเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน กำลังหันไปสู่ความเท่าเทียมทางเพศ หลายประเทศมีนโยบายเกี่ยวข้องกับเรื่องประจำเดือน เช่น สกอตแลนด์ เป็นประเทศแรกที่ทำให้ผ้าอนามัยเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ฟรี หรือในหลายประเทศมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาษี ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ศึกษานโยบายนี้ในหลายประเทศเพื่อใช้เป็นต้นแบบและปรับให้สอดคล้องกับประเทศไทยมากที่สุด จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่า ผู้ที่มีประจำเดือนต้องใช้ผ้าอนามัยเดือนละ 15-35 ชิ้น คิดเป็น 350-400 บาทต่อเดือน หรือ 4,800 บาทต่อปี หรือคิดเป็นค่าใช้จ่าย 192,000 บาทตลอดชีวิต ผู้มีประจำเดือนทุกคนต้องสูญเสียเงินหรือโอกาสทางเศรษฐกิจเป็นเงินสูงถึงเกือบ 200,000 บาท ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำยังอยู่ที่ 331 บาทต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ในการประเมินทางสถิติพบว่า 64.72% ของผู้เป็นประจำเดือนเข้าไม่ถึงผ้าอนามัยอย่างเพียงพอ บางรายต้องใส่ซ้ำ ต้องหยุดทำงาน หยุดเรียน หรือใช้วัสดุอย่างอื่นแทน เพื่อลดการใช้ผ้าอนามัยเพราะไม่สามารถเข้าถึงได้ พรรค พท.จึงได้ผลักดันการศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้าด้วยจุดประสงค์ดังนี้ 1.ลดรายจ่ายประชาชน เพราะผ้าอนามัยคือรายจ่ายในครัวเรือน 2.ผู้มีประจำเดือนทุกคนต้องเข้าถึงสุขอนามัย และ 3.สนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ

นายชานันท์กล่าวอีกว่า จากการคำนวณราคาผ้าอนามัย จำนวนผู้ใช้ และจำนวนการใช้ คาดว่างบประมาณทั้งหมดจะอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาทต่อปี (หรือคิดเป็น 0.6% ของงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น) ซึ่งงบประมาณจะมาจาก Vat 7% จากผ้าอนามัย เป็นสัดส่วนประมาณ 5.04 พันล้านบาท คำนวณจากจำนวนการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตผ้าอนามัย และรัฐบาลต้องสนับสนุนงบเพิ่มเติมประมาณ 1-1.3 หมื่นล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม พรรค พท.ได้มีการทดลองโครงการ ‘ผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ ภายในพรรคตั้งแต่วันนี้ เพื่อเป็นการนำร่อง ทดลองนโยบาย และจะนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงนโยบายเพื่อการพัฒนาต่อไป หากประชาชนท่านใดสนใจรายละเอียดของการศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ‘กี บุ๊ก’ เผยแพร่ผ่านทางนิทรรศการที่และเพจเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 11 มีนาคมนี้