“เสรี” ให้ฉายา รธน.60 จากฉบับปราบโกง เป็นถูกคนโกงปราบ เผยเสนอคำแปรญัตติแก้ กม.ลูก เปิดทาง ปชช.รับเงินซื้อเสียงไม่ผิดกฎหมาย เชื่อ รบ.ไม่ยุบสภาเร็วๆ นี้
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนวุฒิสภา กล่าวในงานสัมมนาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมือง ปี 2564 ว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ตั้งใจทำให้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่เมื่อใช้บังคับแล้วพบว่า เป็นฉบับที่ถูกคนโกงปราบ เนื่องจากเนื้อหาไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง และสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่พบว่า รัฐธรรมนูญถูกแก้ไขให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะการเลือกตั้งด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียวนักการเมืองไม่พอใจ เมื่อรัฐธรรมนูญถูกแก้ไข จึงต้องแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการของคณะ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณา โดยตนเสนอคำแปรญัตติให้แก้ไขประเด็นการซื้อสิทธิ ขายเสียง ตามกฎหมายกำหนดว่า คนซื้อเสียงผิด และคนรับเงินผิดด้วย ซึ่งไม่สามารถแก้การซื้อเสียงได้ เพราะช่วยกันปกปิด ดังนั้นสิ่งที่ตนเสนอคำแปรญัตติคือ ให้ประชาชนไม่ผิด เพื่อให้ประชาชนรับเงินซื้อเสียงได้ และให้ประชาชนไปเป็นพยาน มีหลักฐานเป็นเงิน เพื่อให้คนให้เงินไม่กล้าให้
“ไม่รู้ว่านักการเมืองจะเอาด้วยหรือไม่ แต่ผมจะสงวนความเห็นพูดในรัฐสภาว่า ปัญหาห้ามซื้อเสียง ขายสิทธิ แต่การปิดกั้นการนำหลักฐาน และพยานมาแสดง ทำให้ไม่ได้ผล ที่บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ผมขอให้ยุบสภาบ่อยๆ ลงเลือกตั้งบ่อยๆ ชาวบ้านจะได้เงิน หากยังกล้าซื้อเสียง กี่พรรคต่อกี่พรรค ให้ประชาชนรับเงินให้เจ๊งไปข้างหนึ่ง” นายเสรีกล่าว
นายเสรีกล่าวว่า ตนเสนอคำแปรญัตติ ให้เลิกห้ามการหาเสียงโดยใช้มหรสพ และห้ามจัดเลี้ยง เพราะเป็นการสร้างปัญหาให้กับคนที่ทำถูกกฎหมาย และคิดว่าการจัดเลี้ยง หรือจัดแสดง ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ส.ส.ของประชาชน อย่างไรก็ตาม กติกาที่กำหนดไว้ ยังพบการซื้อเสียงจำนวนมาก และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จับไม่ได้ เนื่องจากไม่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ดังนั้น การสร้างการเมืองใหม่ ต้องยึดอยู่กับความจริง และโลกความเป็นจริง เพื่อให้ได้ส.ส.ที่ดีเข้าสภา เพื่อให้นำพฤติกรรมที่อยู่ใต้ดิน ขึ้นมาบนดี แต่การควบคุมต้องเข้มงวดในการจับกุมดำเนินคดี ไม่ใช่เขียนกติกาเพื่อปิดกั้น แต่เปิดช่องให้มีการ กลั่นแกล้งระหว่างผู้สมัคร ส.ส.
นายเสรีกล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาการเมืองต้องสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล ผ่านเสียงข้างมากในสภา ไม่ต้องใช้พรรคการเมืองหลายพรรค เพราะพบว่า หากรัฐบาลมีหลายพรรคมักแบ่งผลประโยชน์กัน ซึ่งในภาวะปัจจุบันเสถียรภาพของรัฐบาลเหลือน้อย ที่เรียกร้องให้ยุบสภา ตนมองว่าไม่อยาก เพราะนายกฯ ประกาศยุบสภาเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัตินั้นยาก เนื่องจาก ส.ส.ไม่ต้องการให้ยุบสภาจริง เพราะไม่มั่นใจว่า จะได้กลับมาเป็น ส.ส.อีกหรือไม่ และเชื่อว่า รัฐบาลจะอยู่ไปอีกระยะหนึ่ง จนพรรคการเมืองแสดงนโยบาย และความสำคัญให้พรรคได้คะแนนเสียง แต่ตอนนี้ ไม่ยุบสภา และไม่ต้องห่วงของพวกนี้ ไม่จีรังยั่งยืนถึงเวลาไปก็ต้องไป การอยู่ครบ 4 ปี ไม่เป็นไร เพราะเป็นไปตามกติกา

