เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ขณะนี้โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตซ้อนวิกฤต อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สภาวะเงินเฟ้อพร้อมกับเงินฝืด และความขัดแย้งยูเครน-รัสเซียที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกและราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย กระทบต่อค่าครองชีพของเราชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มต่างๆ
จากวิกฤตเดิม คือการระบาดของโควิด-19 ที่แม้เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่การระบาดระลอกล่าสุดของโอมิครอน ที่เชื่อว่าจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่ไม่ร้ายแรงเท่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามควบคุม เพื่อควบคุมการติดเชื้อไม่ให้ขยายวงกว้างเกินไป วิกฤตใหม่ที่เข้ามาซ้ำซ้อน คือสงครามรัสเซียกับยูเครน ที่ผลกระทบทั้งในแง่การเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ กำลังขยายตัว และที่เข้ามาซ้อนวิกฤตเดิม สหรัฐอเมริกาได้ประกาศแบนน้ำมันและพลังงานรัสเซีย ขณะที่ยุโรปเอง ยังไม่ได้ตัดสินใจเนื่องจากต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ประกอบกับสภาพสงคราม ทำให้การขนส่งมีปัญหา ยูเครนได้ยุติการส่งออกสินค้าหลายรายการ กระทบต่อธุรกิจและสินค้าหลายอย่างที่ต้องใช้วัตถุดิบจากยูเครน
นับเป็นสถานการณ์ใหม่ที่เข้ามาซ้ำเติมชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย ในทางเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรื่องราคาสินค้า ราคาพลังงาน ค่าครองชีพที่เริ่มพุ่งสูง ส่วนในทางการเมืองระหว่างประเทศ รัฐบาลไทย ซึ่งได้ร่วมกับสหประชาชาติประณามการใช้กำลังอาวุธรุกรานยูเครนไปแล้ว ควรเป็นส่วนหนึ่งของนานาประเทศ สนับสนุนแนวทางที่จะทำให้การสู้รบยุติลง สนับสนุนการเจรจาเพื่อหาทางออก ยุติความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนผู้บริสุทธิ์โดยเร็ว เพียงแค่เริ่มต้นสงครามรัสเซียยูเครนยังส่งผลกระทบขนาดนี้ หากยืดเยื้อต่อไป ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น อาจมากเกินระดับที่คาดคิด

