คอลัมน์หน้า 3 : บทเพลง บทเดิม ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา บทเพลง ‘อำนาจ’
จากการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ณ บ้านป่ารอยต่อก็พัฒนามาเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์
ณ สโมสรราชพฤกษ์
“บทเพลง” นี้ “ร้อยเนื้อ” ทำนองเดียว
คนร้อง ณ บ้านป่ารอยต่ออาจเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ร่วมในการตัก “กุ้ง” ทอด “กระเทียม”
และเมื่อพัฒนามาร่วมกันร้อง ณ สโมสรราชพฤกษ์ เสียงนำยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เสริมเติม “ประสาน” กัน “คึกคัก”
เป็นเสียงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นเสียงจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นเสียงจาก นายวราวุธ
ศิลปอาชา
บทเพลง “เดิม” คนร้องก็หน้า “เดิม”
ความอบอุ่นอันสัมผัสได้จากบ้านป่ารอยต่อ ความคึกคัก หนักแน่น อันสัมผัสได้จากสโมสรราชพฤกษ์ ดำเนินไปอย่างมั่นใจ
มั่นใจใน “สถานะ” มั่นใจใน “อำนาจ”
มั่นใจว่าถึงอย่างไรก็สามารถเดินหน้าไปได้ ผ่านญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ
สถานีสุดท้าย คือ เดือนมีนาคม 2566
มั่นใจว่า อำนาจไม่เพียงอยู่ในมือจนถึงเดือนมีนาคม และการเลือกตั้งที่ตามมาในอีกไม่กี่เดือนในปี 2566 ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ถึงมีการเปลี่ยนแปลง แต่ 250 ส.ว.ก็ยังอยู่ในมือ
โอกาสของพรรคเพื่อไทยที่จะกำชัยมากเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นไปได้ แต่เมื่อนำเอา 250 ส.ว.ผนวกเข้ากับพันธมิตรที่มีอยู่จากบทเพลงในสโมสรราชพฤกษ์
อำนาจก็ยังอยู่ในความยึดครอง
ไม่ว่าบทเพลงที่ดังขึ้น ณ บ้านป่ารอยต่อ ไม่ว่าบทเพลงอันตามมาและดังขึ้น ณ สโมสรราชพฤกษ์
ยังเป็นบทเพลงเดิม
ดังก้องกังวานมาอย่างยาวนาน
ยาวนานตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ยาวนานตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เป็นบทเพลงแห่ง “อำนาจ”
ประสานเข้ากับเสียงร้องไพเราะเสนาะพริ้ง “เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงาม จะคืนกลับมา”
จากเดือนพฤษภาคม 2557 ถึงเดือนพฤษภาคม 2565
แม้ชัยชนะจากการเลือกตั้งยังเป็นของพรรคเพื่อไทย แม้จะมีการมาเยือนของพรรคอนาคตใหม่ในเดือนมีนาคม 2562 อย่างคึกคัก
แต่ “อำนาจ” ก็ยังอยู่ใน “กำมือ”
ผลสะเทือนจากการเข้ามาของโรคระบาดแทบจะกลายเป็น “สูญ” ผลสะเทือนจากสงครามอันรัสเซีย
ก่อขึ้นที่ยูเครนห่างไกลอย่างยิ่ง
แผ่นดินนี้ยังคง “งดงาม” ไม่แปรเปลี่ยน
เสียงเตือนจากผู้เฒ่าอย่าง นายอานันท์ ปันยารชุน ว่าสมควรยุติ เปิดทางให้ “คนรุ่นใหม่” ได้เข้ามา
แสดงบทบาท
ถึงจะรับ “ฟัง” แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ “ยิน”

