“ไทยภักดี” บุก กมธ.แก้กม.ลูก ยื่น 3 ข้อเสนอ ย้ำ วิธีหาสัดส่วนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องยึดหลักทุกคะแนนไม่ตกน้ำ เสนอ ให้ผู้รับเงินไม่มีความผิด กันเป็นพยาน หวังตัดวงจรซื้อสิทธิ์ขายเสียง แนะใช้ “ระบบดิจิตอลบาท” จ่ายเงินหาเสียง เพื่อความเท่าเทียมกัน ด้าน “นิกร” รับลูก พร้อมเสนอที่ประชุมหารือต่อไป
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่รัฐสภา นายวสันต์ มีวงษ์ กรรมการบริหารพรรคไทยภักดี พร้อมด้วยทีมกฎหมาย เป็นตัวแทนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เดินทางมายื่นเรื่องข้อเสนอของพรรคไทยภักดีต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ต่อนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำอยู่ในขณะนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยมีนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะเลขานุการกมธ.วิสามัญฯ เป็นตัวแทนรับเรื่อง
โดยนายวสันต์ กล่าวว่า พรรคไทยภักดีมีข้อเสนอ 3 ข้อ ที่ขอให้กมธ.วิสามัญฯ ดำเนินการพิจารณาคือ 1.เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บัญญัติให้การเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต รวมทั้งวิธีการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อต้องยึดหลักที่ว่าคะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนน มีความหมายต่อผลการเลือกตั้ง ทุกคะแนนของประชาชนต้องไม่สูญเปล่าไม่ตกน้ำ การคำนวณสัดส่วนจึงจำเป็นจะต้องยึดถือตามหลักการดังกล่าวโดยไม่อาจเป็นอื่นได้ เพราะหากไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จะทำให้เกิดข้อสงสัยและเกิดเป็นประเด็นข้อขัดแย้งขึ้น อาจทำให้มีผู้ร้องศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลกระทบให้กระบวนการตรากฎหมายมีปัญหาล่าช้า
นายวสันต์ กล่าวต่อว่า 2.เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถูกขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง หากกมธ.วิสามัญฯ ใช้โอกาสนี้แปรญัตติเพิ่มเติมในประเด็นที่ว่าให้ผู้รับเงินจากการซื้อเสียงมีสิทธิ์ดำเนินคดีกับผู้ให้เงินเพื่อซื้อเสียงได้ โดยผู้รับจะไม่มีความผิดตามกฎหมายเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และมีรางวัลนำจับสำหรับผู้รับเงินที่นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ให้เงินซื้อเสียง เพื่อตัดวงจรการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสและสุจริตมากขึ้น และ 3.พรรคฯ เสนอให้กมธ.วิสามัญฯ พิจารณามีระบบดิจิตอลบาทในการใช้จ่ายเงินงบประมาณช่วยหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งผ่านการโอนจากแอปพลิเคชั่นของธนาคารเท่านั้น โดยห้ามมิให้มีการใช้จ่ายด้วยเงินสดเด็ดขาด เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อีกทั้งแสดงถึงความเท่าเทียมกันในการใช้จ่ายงบประมาณของผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนอย่างแท้จริง
ด้านนิกร กล่าวว่า ประเด็นวิธีการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น มีผู้ยื่นแปรญัตติในเรื่องนี้ด้วย เมื่อถึงช่วงนั้นเราก็จะนำเรื่องที่เสนอมานี้ขึ้นมาพิจารณาด้วย เพราะประเด็นเรื่องการนับคะแนนเป็นประเด็นใหญ่ ส่วนเรื่องที่จะให้ผู้รับเงินไม่มีความผิด เพราะไม่เช่นนั้นจะหาพยานไม่ได้ เนื่องจากมีความผิดทั้งผู้ให้เงินและผู้รับเงินนั้น เป็นประด็นที่พูดคุยกันเยอะ ซึ่งต้องดูว่ามีหลักการในการจะแก้ไขครั้งนี้มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริตหรือไม่ เมื่อถึงวาระการประชุมเรื่องนี้ตนก็จะช่วยนำเสนอต่อที่ประชุม สำหรับเรื่องระบบดิจิตอลบาทไม่มีกำหนดไว้ในหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องนอกหลักการ แต่ในชั้นกมธ.วิสามัญฯ เรามีตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมเป็นกมธ.วิสามัญฯ ด้วย เราจะช่วยนำเสนอให้ แต่คาดว่าไม่น่าจะนำมาปรับปรุงแก้ไขในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญได้ เพราะเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองเป็นระเบียบของกกต. เป็นผู้กำหนดวิธีการเองว่าจะให้พรรคการเมืองเปิดบัญชีหรือไม่หรืออย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้จะถึงกกต. แต่การพิจารณาขึ้นอยู่กับกกต.ดำเนินการต่อไป

