‘นิกร’ เผย กมธ.ต้องถกเรื่องไพรมารี่ ยัง ไม่เคาะเสร็จเมื่อไหร่
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมกมธ.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ถึงประเด็นที่จะมีการนำมาพิจารณาเป็นพิเศษหรือไม่ ว่า การพิจารณาของกมธ.ปกติแล้ว เราจะสนทนาภาพรวมก่อนว่าจะมีประเด็นไหนที่เราควรจะต้องคุยกัน เมื่อถึงประเด็นนั้นจะได้เร็ว แต่ขณะนี้เราไม่ใช้วิธีเช่นนั้นเพราะทุกคนรู้ปัญหาอยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อความรวดเร็วเราจะเข้ามาตราเลย เพราะประเด็นที่เห็นชัดว่ามีปัญหาเราทราบกันอยู่แล้ว เช่น การไม่เอาร่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นหลักเพราะเขาไม่กล้าแก้ให้กว้าง แก้เฉพาะจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 150 เหลือ 100 เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เราจึงมายึดร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีความกว้างกว่า
นายนิกร กล่าวต่อว่า หลักการสำคัญคือเรื่องไพรมารี่โหวต ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหากันเองกับพรรคการเมือง โดยตนเชื่อว่าจะต้องมีการพูดคุยกันมากในฝ่ายการเมืองและฝ่ายส.ว.ในกมธ. เนื่องจากการประชุมที่ผ่านมา ส.ว.มีการแย้งโดยให้เหตุผลว่าจะขัดหลักการ ทั้งนี้ เรื่องไพรมารี่โหวต ในร่างหลักคือร่างของพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่มีไพรมารี่ แต่จะมีการฟังความเห็นจากตัวแทนสาขาและตัวแทนประจำจังหวัด ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45 อีกเรื่องหนึ่งคือตัวแทนประจำจังหวัด ซึ่งเป็นกฎหมายที่มาจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งตอนที่ร่าง ไม่มีส.ส.หรือพรรคการเมืองเข้าไปให้ความเห็นจึงมีปัญหา การเลือกตั้งที่ผ่านมาคสช.ก็ต้องปัดทิ้งเพราะทำไม่ได้ในเรื่องตัวแทนประจำเขต ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลจึงกำหนดให้ใช้ตัวแทนประจำจังหวัดเท่านั้น ส่วนร่างของนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นรายละเอียดที่เน้นเรื่องคุณสมบัติของการเป็นสมาชิกพรรคต้องถึงขั้นเหมือนสมัครส.ส.เชียวหรือ ซึ่งตนก็เห็นด้วย เพราะการเป็นสมาชิกไม่ควรจะต้องมีข้อจำกัดเยอะแยะไปหมด โดยวิธีการพิจารณาจะยึดร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลักและพิจารณาไปทีละมาตรา ร่างนี้มีจำนวนมาตราเยอะ ซึ่งความเห็นจะแบ่งออกเป็นฝ่ายส.ว.และส.ส. ซึ่งจะต้องพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า หากปรับขั้นตอนไพรมารี่โหวตจะถือว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ เพราะตอนยกร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่มีการเสนอมาในวาระแรก นายนิกร กล่าวว่า ตนเตรียมจะเสนอหักล้างอยู่ เพราะตอนนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอร่างเข้ามาไม่มีไพรมารี่ ฉะนั้น หากจะบอกว่าเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญให้มีไพรมารี่ก็พูดไม่ได้ แต่เป็นการเพิ่มเข้าไปภายหลัง เรื่องนี้ตนเตรียมข้อมูลไว้แล้วว่าจะเอาร่างของกรธ.ที่เสนอเป็นร่างแรกมาเป็นข้อโต้แย้ง
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (9 มีนาคม) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. บอกว่าจะทำกฎหมายลูกให้เสร็จภายในเดือนเมษายน มีแนวโน้มที่จะเสนอให้รัฐสภาเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาในวาระ 2-3 หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนเป็นคนเสนอให้มีการปรับการพิจารณาจากที่เริ่มประชุมเวลา 10.30 น. เป็นเวลา 09.30 น. เพื่อเร่งเวลา ทั้งนี้ เราไม่ได้เคาะว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่สิ้นเดือนมีนาคมเราจะมาคุยกันอีกครั้งว่าตกลงจะให้เสร็จเมื่อไหร่ หากเราต้องการจะเร่งก็จะเพิ่มวันประชุมเป็น 4 วันต่อสัปดาห์ก็สามารถทำได้ โดยหลักการขณะนี้คือทำให้เสร็จ เมื่อเปิดประชุมสภาสมัยหน้าก็นำเข้าสภาโดยไม่ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่หากต้องมีเหตุจะต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญจะต้องคุยกับประธานรัฐสภาเราเปิดเองไม่ได้

